Pairum 的个人资料❤•• นางมารร้าย~เลวอย่างน...照片日志列表更多 工具 帮助
3月10日

~ทำความสะอาด~

นาน ๆ จะเข้ามาที วันนี้งานก็เลยหนักหน่อยต้องปัดกวาดเช็ดถู
ทั้งฝุ่นทั้งหยากไย่ เข้ามาได้หน่อยด้วยอายุ ก็เลยเหนื่อยซะแล้ว
เด่ววันหน้าจะมาใหม่ คิดถึง คิดถึง
7月30日

~เพิ่งจะได้กลับมา~

 

Photobucket   

ตั้งแต่แต่งงานไปวันนี้ก็เพิ่งจะได้มีโอกาสแวะเวียนกลับมาเขียนอะไรต่อมิอะไรอีกรอบ คิดย้อนกลับไปเมื่อวันแร ก ๆที่มีบล็อก จำได้ว่าเขียนมันเกือบทุกวัน เขียนมันอยู่ตลอดเวลา ไม่มีอะไรจะเล่า ไม่มีอะไรจะเขียนก็เค้นเอาออกมาเขียนจนได้ แต่ทำไม๊ทำไมช่วงหลัง ๆ มาเนี่ยสมองตีบตันชอบกล ไม่มีเรื่องอะไรจะเอามาบรรเลงได้เลย ก็เลยสรุปได้ว่า ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีเรื่องอะไรน่าสนใจหรอก แต่เป็นเพราะว่าคนเราอ่ะขี้เกียจอย่างแรง  แล้วก็คงเป็นเพราะหลัง ๆ เพื่อน ๆในนี้หนีไปมี "ฮิไฟว์"กันทั้งนั้น ตัวดิฉันยังแอบไปมีกะเขาเล้ย กลัว ๆ เด่วไม่วัยรุ่น
 
มาแบบพอหอมปากหอมคอ เอาแบบให้หายคิดถึง เด่วคร่าหน้ามาใหม่ คร่านี้จะไปหาข้อมูลมาละเลง ก็ว่าถ้าไม่เรื่องไรจะเขียนก็จะนินทาปรั๋วนี้แระของแน่นอน
 
 
 

Photobucket>

2月18日

~ผลงานร้อน ๆ จ้า~

แอบเอาผลงานของจับฉ่ายทีมมาให้ยลกันก่อนว่าฝีไม้ลายมือสุดยอดแค่ไหน งานนี้ไม่เกี่ยวกับความสวยความหล่อของนายและนางแบบเลย เป็นฝีมือล้วน ๆ

 งานนี้ต้องขอขอบคุณ น้องเอ็กซ์ น้องฟิชโช่ น้องโอ๊ค อาจารย์น้องตูน นุ้ย และอุ๊ ที่ร่วมมือร่วมใจ ลงแรงกายและพลังสมองช่วยเหลือ ให้งานนี้ออกมาได้โดนใจเจ๊มากถึงมากที่สุด
1月15日

~ไฟมันจุกตรูดแล้ว~

 

Daisypath Wedding PicDaisypathWedding Ticker

ใกล้แล้วค่ะมันใกล้เข้ามาแล้วค่ะ มัวแต่ชะล่าใจว่ามีเวลาที่ไหนได้กัน เหลืออีกเดือนหน่อย ๆ เท่านั้นเอง ดิฉันก็จะโดดลงจากคานแบบสมบูรณ์แบบแล้ว อะไรต่อมิอะไรก็ยังไม่เรียบร้อยดี มานั่งนึกทีไรปวดใจทุกที ลืมโน้นลืมนี่เป็น ขาดแล้วขาดอีก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเพิ่งจะได้ฤกษ์ไปตัดชุดงานตอนเย็นเอง ในขณะที่หลาย ๆ คนมีชุดเรียบร้อยแล้ว ส่วนชุดตอนเช้ายังเป็นผ้าพับ ๆไว้เหมือนเคย
 
 
ส่วนการ์ด ก็เริ่มจะเป็นคัวตนขึ้นมาหน่อย รอส่งพิมพ์ค่ะ ของชำร่วยนอนกองอยู่ที่บ้านเตรียมบรรจุ (รอถุง) อะไรอีกล่ะ ของไหว้ผู้ใหญ่ ยังเป็นวุ้นอยู่ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะเอาอะไรดี หน้าผม จองไปแล้ว แต่ ... ยังไม่ได้confirm อีกรอบเลยค่ะ สถานที่มัดจำเรียบร้อย แต่ .. (อีกล่ะ) ยังไม่ได้เข้าไปคุยรายละเอียดเลย อาหารยังตกลงไม่เรียบร้อย ที่ว่ามานี่คืองานเย็นนะ ส่วนงานเช้า ยังไม่ได้เริ่มอะไรสักอย่าง อยากเอาหัวโขกกำแพงอ่ะ
 
 
 
ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ทำไปก็แล้วกัน อันนี้ปลอบใจตัวเองนะค่ะ  เอาล่ะสู้ว้อยยยยยยยย
10月18日

~ตอนที่ 1~

 

 

 
 
 
นที่สุดวันที่หลาย ๆ คนถามถึงอยู่ตลอดเวลาก็ยังไม่มาถึงค่ะ (งงล่ะซี) ก็มันยังไม่มาถึงจริง ๆนี่ค่ะ อีกตั้งหลายเดือน จะมีงานช้าง ๆ ทั้งที บรรดาผู้ปกครองทั้งหลายก็ต้องไล่ให้ดิฉันไปหาฤกษ์งาม ๆ จริง ๆ แล้วฤกษ์ดีดีก็คือวันที่เราสะดวกนั้นแหละค่ะ (สะดวกทั้งกาย สะดวกทั้งใจ และสะดวกทั้งทรัพย์) เอาเป็นว่าไปคัดเลือกมาแล้วโดยผ่านความเห็นชอบของสภาผู้ปกครอง คือวันที่ 10 มีนาคม 2551 นั้นเอง วันดีเดย์ที่จะได้ลงจากที่สูงเป็นเรื่องเป็นราวสักกะที เอาเป็นว่าต่อจากนี้ไปดิฉันก็จะเป็น "ว่าที่เจ้าสาว" กันกะเขาบ้างแล้ว ตื่นเต้นสุด ๆ (ขออภัยหากจะออกนอกหน้าไปนิดนะค่ะ)
 
 
ไม่ได้มีแต่ดิฉันที่ตื่นเต้น บรรดาพลพรรคคนรักนางมารก็พร้อมใจกันตื่นเต้นด้วย ก้เจ๊ใหญ่จะลงจากที่สูงแล้วนี่น่า อีกอย่างคงจะเป็นการล้างอาถรรพ์ของกลุ่มไปด้วย คราวนี้ล่ะจะได้ทยอยสละโสดกันเป็นแถว ว่าแล้วเด็ก ๆ ก็จัดแจงเตรียมทีม(เฉพาะกิจ)ขึ้นมาเพื่อให้การช่วยเหลือดิฉันในการจัดเตรียมงานอย่างด่วน นำทีมโดย เจ้านุ้ย นังหนูตูน นังหนูเอ นุ่มนิ่ม และเอ๊กซ์ นี่คือคนหลัก ๆของทีมนะค่ะ แต่ยังมีอีกหลายคนที่ดิฉันไม่ได้เอ่ยชื่อไว้ส่งกำลังใจมาให้เป็นระยะ ๆ ซาบซึ้งค่ะ ไม่รู้จะเรียกทีมนี้ว่าอะไรดี ดิแนก็เลยแอบ ๆ เรียกว่า "จับฉ่ายทีม" ก็พวกมันสามารถทำได้ทุกอย่างเสมือนมืออาชีพ และแต่ละคนก็มีความสามารถคนละอย่าง ถ้างานของดิฉันออกมาดีเลิศ ก็ขอยกความดีให้กับ"จับฉ่ายทีม"ค่ะ แต่ถ้าออกมาไม่ได้นี่ให้โทษดิฉันเลยเพราะคงงบน้อยไม่สามารถเนรมิตได้แบบใจฝัน น้อง ๆขา พี่บอกก่อนนะค่ะ ว่าพี่งบน้อยค่ะ เอาพอประมาณนะค่ะ อีกอย่างค่าจ้างขอเปลี่ยนเป็นเลี้ยงข้าวก็แล้วกัน (อันนี้เป็นข้อตกลงส่วนตัวนะค่ะ ห้ามลอกเลียนแบบ)
 
 
 
 
สำหรับทีมนี้ เจ้านุ้ยขอข้อแม้ไว้หนึ่งข้อคือ ถ้าให้ทำแล้วต้องให้ทำให้ตลอดนะห้ามมาเลิกกลางคัน โถใครจะไปใจร้ายขนาดนั้นได้ค่ะ น้องมีใจอยากทำให้ พี่ก็มีใจอยากให้ทำค่ะ แล้วprojectสุดอลังการของเราก็เริ่มขึ้นที่ร้านลาบขอนแก่น ข้าง ๆ ที่ทำงานของดิฉันเอง เป็นไงค่ะขนาดสถานที่คุยงานยัง hip ซะขนาดนี้ งานที่ออกมาจะขนาดไหน เริ่มจากคิด Theme ของงาน ยากจังหนอคิดไรก็ไม่ออก ส่วนคุณที่รักของดิฉันได้แต่นั่งยิ้มเป็นงานหลัก ออกความเห็นเป็นงานอดิเรก แสนดีเหลือเกิน จะทำไงก็ได้ จะเอาไงก้ได้ตามใจดิฉันตลอด แต่พอถึงเวลาจะเอาจริงขึ้นมาชอบพูดว่า "ผมว่ามันจะดีเหรอ มันจะแพงไหม ... "และอีกหลากหลายคำตอบที่ชวนให้จี๊ด ๆๆๆ
 
เริ่มต้นคิดงานยังมันซะขนาดนี้ แล้วต่อไปจะฮาซะขนาดไหน หนทางการเป็นเจ้าสาวยังอีกยาวไกลค่ะ ยังต้องผ่านอุปสรรคอีกมากมาย ตกลงนี่ไม่รู้ว่าจะเป็นเจ้าสาว หรือจะออกไปรบกันแน่ ยังไม่มั่นใจค่ะ เอาแค่รบกะคุณที่รักนี่ดิฉันก็แย่แล้ว

 

 

6月1日

~ความเดิมจากตอนที่แล้ว~

.

 
 
 
  
หลังจากทิ้งเรื่องให้ค้าง ๆ คา ๆ อยู่ได้พักโต ๆ แล้ว ดิฉันก็กลับมา (ตามฟอร์มเดิม ๆ ) ก็ต้องบอกว่าความเดิมจากตอนที่แล้วจากที่ได้จด ๆ จ้อง ๆ มาเป็นระยะเวลาประมาณนึงแล้ว กองเชียร์ทั้งหลายมีความเห็นว่าเป็นระยะเวลาอันสมควรที่จะเข้ามาเจรจากันได้แล้ว  แล้วมันจะเริ่มกันอย่างไรล่ะค่ะนี่ ไอ้ครั้นจะให้คุณที่รักเดินเข้าไปบอกเลยก็ใช่ที่ เวลาปกติก็แสนจะขี้อาย พูดน้อย อยู่แล้ว (แหม ช่างเป็นอะไรที่ตรงกันข้ามกับดิฉันเสียกระไรนี่) ให้เข้าไปพูดเรื่องนี้เลยคงจะเป็นลงล้มพับอยู่ตรงหน้าผู้ปกครองของดิฉันเป็นแน่
 
 
 
ดิฉันก็เลยต้องอาศัยความใจกล้าของตัวเอง เข้าไปเช็คเรทติ้งดูก่อนว่าสมควรจะเข้าไปดีหรือไม่ พูดไปก็ลุ้นคำตอบไป กรูจะโดนดุไหมหว่านี่ และคำตอบที่ได้ก็ทำให้ดิฉันตัวพอง(ไม่ใช่อึ่งอ่างนะค่ะ) ผู้ปกครองยินดีที่จะให้เข้ามาเจรจาความเมืองได้ ไหน ๆ ว่าที่ (ลูกเขย) ก็ทำใจกล้าเข้ามาเจรจาแล้วก็อย่าเล่นตัวเลย เป็นโอกาสอันดีแล้วที่ลูกรักจะได้ลงจากที่สูงอันเป็นการปลดหน้าที่ (ถ้านาน ๆ ก็อาจจะกลายเป็นภาระ)ไปจากตัวสักกะที ว่าแล้วก็นัดเลย ม้าเร็วอย่างดิฉันก็ต้องรีบนำข่าวไปบอก แต่ก็ต้องแอบ ๆ นิด ๆ เดี๋ยวจะหาว่าเราออกนอกหน้า
 
 
   
 
 
 
 
วันที่ 10 พ.ค.50 วันอะไรเอ่ย เฉลย วันพืชมงคล เป็นวันดีที่จะเจรจาสู่ขอพระโคไปช่วยไถนา ไม่ช่ายยยยยยยยย วันดีเดย์ของดิฉันตาหาก สถานที่ก็ไม่ใช่สนามหลวง แต่เป็นห้องอาหาร Moon China โรงแรมมิลาเคิลแกรนด์ โห่อะไรจะหรูขนาดนั้น  ฝั่งซ้ายประกอบไปด้วยบรรดาผู้ปกครองของดิฉัน งานนี้ขนกันมาให้เต็มอัตราศึก  ฝั่งขวาคุณที่รัก งานนี้มาคนเดียวโดด ๆ กำลังสงสัยอยู่ว่าทำไมต้องขนกันมามากมายขนาดนั้น สรุปแล้วก็คือ ผู้ปกครองดิฉันกลัวจะพูดไม่ออกต้องมีโฆษกประจำตัว มากมายขนาดไหนนั้น ขนาดว่า 6 ต่อ 1 เท่านั้นเองค่ะ กินไปคุยไป แต่คุยกันเรื่องอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่จะมาเจรจากันเลย เราสองคนก็ได้แต่สบตากัน เอาไงดีหว่า เริ่งไงดีหว่า ไม่กล้า ๆ ก็คนมันไม่เคยนี่ค่ะ เคยพูดแต่เรื่องไร้สาระพอมีสาระขึ้นมาก็ดันพูดไม่ออกซะงั้น
 
 
 
 
 
 
 
พอเริ่มจะอิ่ม ๆ คนอื่นนะค่ะไม่ใช่ดิฉัน เจอเหตุการณ์แบบนี้ใครจะไปกินลง หนึ่งในบรรดาผู้ปกครองก้เริ่มถามว่า อ้าวไหนว่ามีอะไรจะมาปรึกษา คุณที่รักถึงกับสะดุ้ง ก็แบบว่า ๆ ๆ ๆ ติดอ่างไปในทันที แบบว่าเราสองคนก็คบกันมาได้ระยะนึงแล้วครับ คือเราก็อยากจะทำอะไรให้มันถูกต้อง กว่าจะจบประโยคได้ดิฉันก็กลั่นหายใจอยู่นาน เกือบขาดอากาสตายซะแล้วไหมล่ะ แล้วอะไรล่ะที่ว่าถูกต้อง คณะผู้ปกครองทำเสียงเข้มถามกลับมา ก็ก็ก็ เราอยากจะแต่งงานกันครับ ก็อยาก อยาก อยากจะขออนุญาตแม่กับน้า ๆ ครับ เฮ้อ แทนค่ะ ก็แค่นี้แหละ พูดทำไมให้มันยาว ก็อยากจะรู้แค่นี้แหละ เอาแล้วยังไงต่อล่ะนี่ วางแผนยังไงกันไว้ ....... อ่ะ ๆๆ นี่ยกให้เขาแล้วหรือนี่ ไม่มีทักทวงเลยเหรอ ไม่มีสักนิดเหรอ นืดนึงนะนะ หวงลูก หวงหลานนิดนึงนะ ให้เขาแล้วเหรอ ไอ้ที่พูด ๆ กันนี่นะค่ะ
 
 
 
ว่าแล้วก็ให้ไปดูวันมา ไปดูสถานที่มา ไปทำนั้น ไปทำนี่มา เอาเตรียมตัว ๆๆๆ กันให้ดี งานนี้มีปลื้มค่ะ ในที่สุดที่ดิฉันก็ได้ลงจากที่สูง แม้ว่าคนที่จูงดิฉันลงมาจะไม่ใช่เจ้าชาย ไม่ใช่ชายในฝันของสาว ๆ แต่ก็เป็นผู้ชายที่ดีที่สุด เป็นผู้ชายที่รักดิฉันมากที่สุด (จริงหรือเปล่าจ๊ะ) เป็นผู้ชายที่ดีมากพอที่ดิฉันจะฝากชีวิตและอนาคตไว้กับเขาได้ อย่าเพิ่งเลี่ยนไปค่ะ นาน ๆ ที่จะหวานสักที่
 
 
 

Daisypath Ticker

 
 
 
 

 

 

 

5月7日

^^

 
 

 
 
มาอีกแว้ววววววววว ... ผลุบ ๆ โผล่ ๆ จนชาวบ้านเขาเริ่มจะเบื่อกันแล้ว ว่าเจ๊นี่ไม่มีการอัพเดทข้อมูลใด ๆ ทั้งสิ้น บางคนก็ว่าได้ดีแล้วก็ทิ้งกัน ดิฉันไม่ได้ทิ้งไปไหนนะค่ะ วน ๆ เวียน ๆ อยู่แถว ๆ นี้นี่แหละ  แวะเยี่ยมบ้านโน้นบ้าง บ้านนี้บ้าง ตามแต่กำลังและสายตาจะอำนวย ก็สูงวัยแล้วนี่ค่ะ ความสามารถในการเพ่งจอคอม มันก็เลยน้อยลงตามลำดับ
 
 
 
ก่อนอื่น ต้องขอกราบขอบพระคุณงาม ๆ สักหลาย ๆ ที ที่พี่ ๆ น้อง ๆ ได้ส่งใจ และส่งกายไปร่วมงานของคุณพ่อ ซึ้งใจจริง ๆ ค่ะ ตอนนี้ทุก ๆ อย่างก็เรียบร้อย และเสร็จสิ้นไปด้วยดี กลับมาซ่าได้อย่างเดิมแล้ว เรื่องเศร้าก็ผ่านไป เรื่องสุข ๆ กำลังจะมา อย่าเพิ่งรีบอิจฉากันไปเลยค่ะ นาน ๆ ทีดิฉันจะได้เป็นสุขกะเขาสักกะที เอาเป็นว่าขอไม่เล่าเรื่องคุณพ่อก็แล้วกัน ก็เรื่องมันเศร้านี่ค่ะ แต่อย่างน้อย ๆ สิ่งที่ได้เห็นจากเรื่องนี้คือ  "ความรัก"  ความรักที่แม่และพ่อมีให้กันและกันมาตลอดระยะเวลาที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน  แม้ว่าทั้งคู่จะไม่ได้ขยันที่จะบอกรักกันอยู่ตลอดเวลา แต่การกระทำทุก ๆ อย่างกลับเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าทั้งคู่รักกันมากแค่ไหน ผูกพันกันมากแค่ไหน  ทุก ๆ อย่างที่แม่ทำให้พ่อไม่ว่าจะเป็นตอนที่มีชีวิตอยู่ หรือตอนที่พ่อจากไปแล้ว แม่ทำมาจากใจ ทำมาจากความรู้สึกที่รักพ่อ ทั้งพ่อและแม่เป็นตัวอย่างความรักที่ดีของดิฉันค่ะ ดิฉันจะต้องมีความรักดีดีแบบพ่อกับแม่ให้ได้ (ตอนนี้กำลังทำอยู่)
 
 

 
นี่ไม่ได้เศร้านะค่ะ เรื่องน่ายินดีจะตายไป ก่อนที่จะมามีเรื่องพ่อ ดิฉันก็มี project บิ๊กบึม แต่ก็ต้องมาหยุดไปชั่วคราว ตอนนี้ได้โอกาสเอากลับมาปัดฝุ่นทำใหม่แล้ว แต่ยังเป็นprojectเดิม กับคนเดิมอยู่นะค่ะ ส่วนคนเก่า ๆ ที่ผ่าน ๆ ไปไม่ต้องไปพูดถึง แอบเล่านิดนึงว่า เพราะงานพ่อ ทำให้มีอันต้องโคจรมาเจอกันอีกครั้ง แต่เป็นการเจอกันแบบที่ไม่ใช่ความรู้สึกเดิม ๆ ส่วนเจ้าตัวจะยืนยันว่ายังรู้สึกเหมือนเดิม เมื่อครั้งเราเคยรักกันหรือเปล่านั้น อันนั้นไม่รับรู้ค่ะ รัยรู้แต่ความรู้สึกของคนข้างตัวเดี๋ยวนี้มากกว่า มีคนบอกว่ามองดิฉันตาละห้อย อันนี้ก็ช่วยไม่ได้นะค่ะ เลือกเอง ต้องการแบบนี้เอง งั้นก็ต้องรับสภาพไปเอง
 
 
 
แต่ก็ต้องขอบคุณที่ยังมีน้ำใจให้กันอยู่ บอกแล้วว่าดิฉันไม่โกรธ ไม่ว่า แต่จำค่ะ จำแม่นด้วย ใครทำอะไรให้จำ จำ อย่างเดียว   อ้าวไหงวกเข้าเรื่องเดิม ๆ ไปซะได้ กลับมาเรื่อง project ดีกว่า ตอนนี้ก็ได้แต่วางแผนอยู่ รอโอกาสเข้ามาเจรจากับผู้ปกครองของดิฉัน อันนั้นพี่ป้าน้าอาของดิฉันเป็นกองหนุนค่ะ เชียร์อยู่รอบนอกไม่กล้าเข้ามาวงในมากเพราะกลัววงแตก เดี๋ยวจะหาว่าเป็นใจมากไป  อยากยกให้เขานักหรือไง จะรีบไปไหนเพิ่งจะเสร็จงานพ่อเอง ฯลฯ โหยย แม่ขาอยากลงจากที่สูงแล้วนะดิค่ะ  
 
 
ตอนนี้ก็ได้แต่เก็บข้อมูล จากผู้มีประสบการณ์ทั้งหลายไปก่อน เปรียบเทียบราคา ค่าใช้จ่าย ก็แหมคนมันรายได้น้อยนี่ค่ะ จะจ่ายอะไรก็ต้องคิดกันนาน ๆ มาก ๆ หน่อย เอาไว้จะมาเล่าอีกว่าคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว เดินหน้า หรือถอยหลัง รับรองว่าไม่นานหรอกค่ะ รอกันไม่นานมาก ดิฉันจะรีบกลับมาเล่าต่อ 
 
  

10月8日

~กลับมาอีกแล้ว ... เจ้าข้าเอ๊ย~

 
 
 

      ได้กลิ่นอะไรโชยมาแต่ไกลหนอ  ไม่อยากจะบอกเลยกลิ่นเน่า ๆ จากบ้านของดิฉันเอง ก็ดองเอาไว้ซะขนาดนี้ ไหนเลยจะไม่ส่งกลิ่น นี่ถ้าไม่โดนประนามจากพ่อแม่พี่น้องแล้วล่ะก็คงจะต้องหมักไว้ให้นานกว่านี้ป็นแน่
 
      ไม่ใช่ว่าไม่คิดถึงเพื่อน ๆ นะค่ะ แต่มีเหตุจำเป็นอันมิสามารถก้าวล่วงได้ ไม่สามารถจริง ๆ ค่ะ ไม่ได้หนีใคร ไม่ได้หายหน้าไปไหนยังคงแอบ ๆ เปิดดูความเคลื่อนไหวของทุก ๆ คนอยู่ ที่ต้องแอบเพราะกลัวโดนว่า ที่ของตัวเองไม่รู้จักมาอัพแต่ดันไปแส่ดูของคนอื่น 
      เอาล่ะค่ะต่อไปนี้คือข้อแก้ตัวที่ดิฉันจะต้องนำมาชี้แจงให้กับทุกคนได้รับทราบ เผื่อว่าโทษหนักอาจจะกลายเป็นเบา ไม่ก็หนักขึ้นไปกว่าเก่า
 

     
      เหตุจำเป็นอันแรกสุด สำคัญที่สุดก็คือ  ผู้ปกครองฝ่ายชายของดิฉันป่วย  อันนี้สำคัญพอไหมเอ่ย  ไม่ได้ป่วยไรมากมายเลยจริง ๆ แค่ผ่าตัด แล้วก้ไปนอนเล่นอยู่โรงพยาบาลเกือบ ๆ สองอาทิตย์เท่านั้นเอง นี่ยังไม่นับที่กลับมานอนอยู่บ้านให้ลูกอย่างดิฉันเอาใจนะค่ะ  อันเนื่องมาจากผู้ปกครองทั้งสองท่านของดิฉันมีแผนการที่จะหนีดิฉันและพ่อน้องชายตัวดีไปเฝ้าน้องสาวที่จวนจะพุงแตกที่เมืองนอก  คราวนี้ก่อนจะไปก็ต้องอัญเชิญไปตรวจสุขภาพให้เรียบร้อยเผื่อว่าคุณหมอที่รักจะสั่งยาอะไรเป็นพิเศษ หรือว่าจะต้องทำอะไรเพิ่มเป็นพิเศษ
 
       คราวนี้มันก็เลยพิเศษจริง ๆ จะไม่พิเศษยังไงล่ะค่ะ ตรวจไปตรวจมาดันไปเจอส่วนเกินเข้านะซี ก็ผลเลือดมันออกมาว่าต้องมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นที่ตับอย่างแน่นอน แต่กว่าจะเจอก็เล่นเอาใจสั่นเหมือนกันก็คุณพี่เนื้องอกเขาหลบซ่อนอย่างดี หากันไม่พบ จนต้องเปลี่ยนโรงพยาบาล งานนี้ก็ต้องกราบขอบพระคุณคุญหมอและเครื่องมืออันแสนทันสมัยที่โรงพยาบาลศิริราชเป็นอย่างสูงที่ทำให้หากันจนเจอ
 
       คนไข้ก็ใจเสีย  ญาติคนไข้ก็ใจสั่น ๆ ตอนนั้นนะค่ะไม่มีกระจิตกระใจทำอะไรแล้ว ได้แต่คิดว่าอย่าให้อะไร ๆ มันร้ายแรงมากไปกว่านี้เลย  ก็ตอนนั้นคุณหมอบอกว่ามีโอกาสถึง 60 เปอร์เซ็นต์ที่จะเป็นมะเร็งในตับ !!! ใครล่ะค่ะจะไม่ใจเสีย  นอนน้ำตาเล็ดน้ำตาซึมทุกคืน แต่ไม่กล้าร้องให้ผู้ปกครองเห็นหรอกนะค่ะ ต่อหน้าเราต้องเข้มแข็งอดทน มันยากนะนี่
 

      
       ในที่สุดคุณหมอก็ตัดสินใจว่าต้องผ่าตัด ให้เวลาไปเตรียมร่างกายหนึ่งเดือน ระหว่างนี้ก็ต้องบำรุงกันไป โถ คนแก่อายุจะเจ็ดสิบอยู่แล้วนะนี่ ระหว่านั้นดิฉันมีกำลังใจดีค่ะ ได้ยาดี ทำให้มีกำลังใจขึ้นแยะ  ในที่สุดคุณหมอก็นัดวันผ่าตัด  ตื่นเต้นทั้งคนไข้ ทั้งญาติคนไข้ วันที่ไปส่งไปนอนเล่นที่โรงพยาบาลก่อนนะค่ะ คนไข้หนึ่ง ญาติอีกสี่ แน่นห้องไปหมด
        วันที่พ่อผ่าตัด  ดิฉันก็ไปทำงาน ทำไปใจไม่ดีไป จะเป็นไงหนอพ่อเรา จะเจ็บไหม หมอจะใจร้ายกับพ่อหรือเปล่า แล้วผ่าแล้วจะหายไหม  งานการทำไม่ลงแล้วค่ะ เจ้านายใจดี รีบไล่ให้ดิฉันไปโรงพยาบาล คงคิดว่าดีกว่าให้มันมานั่งทำหน้าละห้อยอยู่ได้ ให้มันไปดู ๆ รู้ ๆ เห็น ๆ เลยดีกว่า ระหว่างทางไป แม่ก็ส่งข่าวตลอดเวลา "ตอนนี้เขาพาพ่อไปแล้วนะ" "ตอนนี้เขาเริ่มผ่าพ่อแล้วนะ" รู้ดีรู้มากเหลือเกิน จะไม่รู้ได้ไงค่ะ แม่เขามีสายตรงจากห้องผ่าตัด ถ้าเข้าไปได้เขาคงให้เข้าไปช่วยผ่าแล้ว
 
      ใกล้ ๆ เวลาที่จะผ่าเสร็จสายข่าวก็รายงานว่าใกล้เสร็จแล้วนะค่ะ มารอได้ บรรดากองเชียร์ก็ย้ายไปเชียร์กันต่อที่หน้าห้องผ่าตัด ดิฉันก็ได้แต่ชะเง้อมอง เห็นแล้วแหละว่าเขาเข็นพ่อออกมา ขนาดไกล ๆ นะค่ะยังจำได้ ก็เห็นท่านอนอันเป็นเอกลักษณ์หน่ะซีค่ะ เอามาวางไว้บนพุงกลม ๆ ของพ่อ เห็นแล้วน้ำตาจะไหล สงสารพ่อจัง  หมู่นี้สงสัยว่าวิญญาณนางเอกจะเข้าสิง เอะอะอะไรน้ำตาก็ไหล อ่อนไหวเหลือเกินนะแม่คุณ
 
 
     
      แล้วเขาก็เข็นพ่ออกมาหลังจากที่รอดูอาการแล้วว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว  จำได้ว่าพ่อนอนหลับตาออกมามีสายอะไรต่อมิอะไรโยงไปหมด พอเอามือไปแตะตัวพ่อเย็นจัง พ่อก็ลืมตามาดูพวกเรา คงดีใจอ่ะค่ะว่ามากันครบเกินความจำเป็นจริง ๆ ได้ยินแต่พ่อพึมพำว่าเจ็บพุง โถ ๆๆๆๆ ว่าแล้วก็ร้องไห้ซะหนึ่งที แต่เอ๊ะ ทำไมคุณหมอไม่ยักกะเอาไขมันที่พุงพ่ออกหนอ ไหน ๆ จะผ่าแล้วทั้งที ก้น่าจะทำผอมให้พ่อไปเลย
        หลังจากนั้นพ่อก็นอนให้คนเอาใจ  คราวนี้เป็นทีของพ่อแล้ว อยากได้ไร อยากทำไร มีแต่คนรีบๆหารีบทำให้ โอกาสทองจริง ๆ ค่ะ คราวนี้ดิฉันต้องเปลี่ยนคนเห็นใจแล้ว เปลี่ยนมาเห็นใจแม่แทน ก็พ่อไม่ยอมให้เปลี่ยนใครมาเฝ้านี่ค่ะ รักกันก็อยากอยู่ด้วยนะนี่นะ วันแรก ๆ ก็จ้างน้อง ๆ พยาบาลพิเศษมาดูแลทั้งกลางวันและกลางคืน เพิ่งสังเกตเห็นว่าพยาบาลที่นี่น่าตาสวย ๆ กันทุกคน พูดจาดี ผิดไปจากภาพที่เราจำได้เมื่อนานมาแล้วว่าถ้าเป็นโรงพยาบาลของรัฐแล้วล่ะก็ พยาบาลต้องแก่อ้วนและดุ เดี๋ยวนี้สวย สาว หุ่นดี พูดเพราะ เอาไปเต็มสิบเลยค่ะ แต่คนที่ปลื่มน่าจะเป็นพ่อน้องชายตัวดีนะค่ะ ชอบนัก เห็นของสวย ๆ ละไม่ได้เชียว อาการออก
 

       
       คนแก่นี่ก็งอแงเก่งเหมือนกันนะนี่ งอแง ไม่ทาน ไม่นั่ง เอาหัวขึ้น เอาเท้าลง นวดขา ปวดหลัง และอีกสารพัด แต่เพลินค่ะ เพราะคนมาเยี่ยมกันไม่ขาดสาย ดิฉันชอบของกินแยะดี ไม่มีอด  เกี่ยวกันไหมนี่ หลังจากที่ตัดไหมคุณหมดก็ให้กลับมางอแงต่อที่บ้านได้ ดิฉันล่ะสงสารพยาบาลจำเป็นจริง ๆ เหนื่อยไหมจ๊ะแม่จ๋า  อ่อลืมบอกไป หลังจากที่ผู้ปกครองไม่สามารถไปเฝ้าคนพุงจะแตกได้ หลังจากที่พ่อผ่าตัดไปหนึ่งวัน พุงมันก็แตกออกมา เป็นหลานสาวคนสวยให้ทุก ๆ คนได้ชื่นชม
 
       ก่อนพุงมันจะแตกนะค่ะ ดันโทรมาถามดิฉันอีกว่า น้ำเดินเป็นยังไง สีอะไร ปวดท้องจะนานไหม จะรู้ไหมนี่ ยังไม่เคยคลอดลูกเฟ้ย  ตอนนี้อาการของพ่อดีขึ้นมาก มากจนบ่นได้เหมือนเดิม กินได้เหมือนเดิม ทุก ๆ อย่างกลับไปเหมือนเดิม  ที่ยังไม่กลับมาเหมือนเดิมคืออาการอ้อน  ยังปวดขา คันหลัง นวด ๆๆๆ หน่อย ต้องถวายงานกันทุกคืน วันไหนกลับเร็วล่ะทำหน้าชื่น คนนวดขากลับมาแล้ว  ดีใจที่ได้ทำค่ะ 

      
      ส่วนผู้ปกครองฝ่ายหญิงก็มีงานเพิ่มจากการดูแลคนป่วย คือรายการ rality Shobw by หลานสาวคนสวย  พูดไม่ได้ขอยายเห็นหน้าก็ยังดี ได้ยินเสียงร้องสัดนิดก็ชื่นใจแล้ว  ตอนหลับก็ดูได้ดูดี โอ๋ ๆๆๆ คนดีอย่าร้องไห้ไปเลย คุณยายอยู่นี่แล้ว คุณยายปลื่มค่ะ
 
      เหตุการต่าง ๆ ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แถมว่าดิฉันได้กำลังใจดี มีคนคอยดูแล คอยให้กำลังใจ อันนี้สำคัญค่ะสำคัญมาก ๆ
ข้อแก้ตัวข้อต่อมาคือ ดิฉันไม่สบาย ตามันบอด บอดสีอ่ะค่ะ มองอะไรก็เป็นสีชมพูไปหมด แบบที่เขาเรียกว่า โลกสีชมพูไงค่ะ ก็ตาบอด (สี) ไงค่ะ เลยไม่ค่อยมีเวลามาอัพให้ชาวบ้านได้อ่าน ได้ตามข่าวคราว ข้อแก้ตัวข้อสองขอผลัดไปเป็นคราวหน้าก็แล้วกันนะค่ะ จะรีบมาเล่าให้ฟังว่าความคืบหน้าเป็นอย่างไร ใบ้ให้นิดนึงก็แล้วกันว่า คนใกล้ตัวมาก ๆ อยากรู่ล่ะซี อดใจอีกนิดนะค่ะ 
 

 
 
 
 
 
5月12日

~ขอเป็นนางเอกมั้งนะค๊า~

 
 
 
 
 
และแล้วงานแต่งานของนังคุณนายก็ผ่านไปได้ด้วยดี เพื่อนสาวได้ดีมีความสุข แต่ดิฉันได้ของแถมเจ้าค่ะ โดยความอุปการะของคุณเจ้าบ่าว เป็นการตอบแทนบุญคุณแบบว่าได้ใจจริง ๆ
 
 
 
ก็เคยเล่าไปแล้วว่าต้องไปทำหน้าที่พิธีกรให้กับนังคุณนาย เป็นธรรมเนียมอยู่แล้วว่าต้องสวยค่ะ ไม่สวยก็ต้องทำให้สวย งานทำให้สวยนี่มันยากจริง ๆ ใช้เวลาในการประดิษฐ์ความงามอยู่เป็นนาน ก็มันปั้นความงามยากนี่ค่ะ เลยต้องใช้เวลาในการปั้นนานหน่อย ส่วนเพื่อนสาวคนอื่น ๆ ต้องขอบคุณนังหนูเอด้วยที่ช่วยเนรมิตให้เหล่าป้า ๆ งามได้เด้งได้
 
 
 

 
 
 
 
ใช้เวลาแต่งตัวนานเกินหน้าเกินตาไปหน่อย นังคุณนายเลยต้องให้คนมาเชิญลงไปด้านล่าง เอาน่าเพื่อนขอโอกาสบ้างนะ นาน ๆ ทีจะได้โชว์โฉมกะเขาสักที ก็ต้องแต่งตัวนานเป็นธรรมดา แค่โผล่หัวเข้าไปเท่านั้นแหละค่ะ คุณเจ้าบ่าวก็เริ่มปฏิบัติการ Match Maker ทันที อะไรจะขนาดนั้นค่ะ กลัวเพื่อนจะไม่ได้โดนลงจากที่สูงหรืออย่างไรกันค่ะ
 
 
 
สงสัยจะลืมว่าเป็นเจ้าบ่าวอยู่ตะโกนเรียกให้ดิฉันไปถ่ายรูปด้วยกันซะดังลั่น ไม่เท่านั้นนะค่ะยังจะโผล่ไปตะโกนเรียก ... อะแอ่ม ซามูไรหนุ่มมาถ่ายรูปด้วยกันอีกตาหาก คุณซามูไรนี้เป็นเพื่อนกับคุณเจ้าบ่าวค่ะ รักกันมาก ๆ ขนาดยอมลงทุนลงแรงนั่งเครื่องบินมาร่วมงานแต่งงานด้วย ถ่ายรูปเสร็จก็มีการแนะนำตัวกันเล็กน้อยตามธรรมเนียม ดิฉันโดนนังเจ้าสาวว่าเอาว่าทำไมลงมาช้าจริง อุตส่าห์จะให้ลงมาเร็ว ๆ จะได้มีเวลาแนะนำมากกว่านี้ นี่มันงานแต่งงานหรือมันงานดูตัวกันแน่นะ
 
 
 
 

 
 
ก่อนหน้าที่จะแนะนำให้รู้จักกันตอนที่คุณเจ้าบ่าวกลับไปเตรียมตัวที่ญี่ปุ่นก็ได้ไปกรุยทางไว้รอบนึงแล้ว แบบไหนนะหรือค่ะ ก็แบบว่าถ้ามางานนะมีหญิงสาวจะแนะนำให้รู้จัก แล้วก็ตามธรรมเนียมต้องมีการสรรเสริญเยินยอกันไว้ก่อน เช่นเป็นคนน่ารัก นิสัยดี (จริงดิ) ..... ที่สำคัญดันหยอดไปว่าโสดค่ะ เพราะเธอโชคร้ายในเรื่องของความรัก อ่ะนะไม่ต้องบรรยายสรรพคุณกันขนาดนั้นก็ได้ ดูเหมือนน่าสงสารยังไงก็ไม่รู้
 
 
ส่วนทางดิฉันก็ส่งคุณเจ้าสาวมาบรรยายสรรพคุณของคุณซามูไรให้ฟัง เป็นคนนิสัยดี น่ารัก อ่ะเหมือนกันเลยนะ ที่สำคัญโสดเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยจะหล่อนะ เอาล่ะ ๆ ดิฉันเข็ดคนหล่อ ๆ แล้วค่ะ คนหล่อ ๆ มักจะดูแลรักษากันยาก ก็ใคร ๆ ก็อยากจะพาไปดูแลนี่ค่ะ ที่สำคัญไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษเท่าไหร่ ดังนั้นดิฉันต้องมาเรียนภาษาญี่ปุ่นกะเธอ หาเรื่องให้ลำบากอีกแล้วซีนี่ ว่าพลางก่อนหน้าวันงานก็สอนไปพลาง ไปธุระเรื่องงานแต่งงานด้วยกันพลาง ว่าง ๆ ใชไหมไปคัดตัวฮิรากานะมาเลย จำให้ได้นะ จำศัพท์ง่าย ๆ มาด้วย แล้วก็ซื้อหนังสือให้ดิฉันเป็นของขวัญ ลงทุนจริงนะแม่คุณ มันให้เอาแน่เฟ้ย
 
 
 

 
 
 
หลังจากที่แนะนำให้รู้จักกับคุณซามูไรแล้วทั้งสองก็ส่งดิฉันเข้าห้อง ห้องที่เขาจัดงานหน่ะค่ะ ส่งไปให้ดูแลกันเอง ลำบากจริงหนอพูดกันก็ลำบาก ไม่ไหวแล้วต้องขอไปตั้งหลักก่อน ว่าแล้วก็ถอยทัพไปหาเหล่าบรรดาเสนาธิการน้อยใหญ่ เอาไงต่อไปดีเพื่อน ๆ แต่ละคนก็ไม่เบาเลยนะค่ะ เชียร์กันเข้าไป ยุกันเข้าไป โดยเฉพาะนังหนูเอ แหม ๆ เราเป็นผู้หญิงนะเฟ้ย ถึงแม้จะเปรี้ยซ่าก๋ากั่นไม่กลัวใคร ใจกล้าหน้าก็ด้าน แต่ก็ต้องรักษาภาพหน่อย จะตรงรี่เข้าไปได้ไง (แม้ใจจะอยากก็เถอะ) ต้องอดใจนิดนึง ให้เขามองไป เราทำเป็นไม่มองแต่เราส่งให้คนอื่นมองแทน "เจ๊ ๆ เขามองเจ๊อ่ะ" "เจ๊ ๆ เขามองหาเจ๊อ่ะ" "เจ๊ ๆ ไปชวนเขาคุยดิ เอาน้ำไปให้เขาดิ" สารพัดจะทำนะน้อง แต่เจ๊ก็บ้าจี้ทำตามซะงั้น
 
 
สุดท้ายใครก็ไม่เด็ดเท่าสองสามีภรรยาคู่ใหม่ เริ่มจากนังคุณนายก่อนส่งเสริมเพื่อนด้วยการนัดทานข้าวกลางวันในวันรุ่งขึ้น อันนั้นยังไม่เด็ดเท่าขอร้องให้ดิฉันไปส่งคุณซามูไรที่โรงแรม อ่ะอันนี้ไม่ลำบากเพื่อนทำได้ สามารถค่ะ อธิบดีกรมจิตบริการซะอย่างเรื่องแค่นี้ไม่ยากค่ะ ภรรยาปล่อยหมัดไปแล้วสามีต้องตามาน็อคค่ะ ก่อนไปส่งที่โรงแรมช่วยพาไปเดินสวนลุมไนท์บาร์ซ่าได้ไหม ให้ดิฉันไปกับคุณซามูไรสองคนนี่นะ มันจะรู้เรื่องกันไหมนี่ แต่เพื่อเพื่อนแล้วดิฉันทำได้ แถมยังมีหน้ามาบอกอีกว่า Masuto ไม่ได้ทำอะไร เห็น ๆ อยู่ว่าทำ  
  
 

 
 
ดีนะที่มีชุดมาเปลี่ยน ถึงแม้จะต้องทำผมแบบแปลก ๆ ไปก็เถอะ พอทนได้ค่ะ เป็นครั้งแรกที่ดิฉันพูดไม่ออก ไม่มีเรื่องจะชวนคุย นั่งเงียบตลอดทาง ครั้งแรกอีกเหมือนกันที่อายเป็น ก็เพิ่งจะหัดหน่ะค่ะ ยังทำได้ไม่ดีนัก จริง ๆ แล้วคุณซามูไรเคยมาอยู่เมืองไทยตั้งปีแหนะ และผู้ปกครองของคุณซามูไรก็เคยอยู่เมืองไทย เคยสอนหนังสือที่ม.เกษตรด้วยนะค่ะ นี่ขนาดไม่ได้คุยกันเท่าไหร่นะนี่ ก็บอกแล้วว่าอาย ไม่กล้าพูดมาก
 
 
 
วันรุ่งขึ้นดิฉันก็จัดการงานนอกสั่งโดยการไปรับคุณซามูไรมาตามที่นัดกันไว้ สร้างความประหลาดใจให้กับนังคุณนายและสามีเป็นอันมาก เธอก้าวหน้าไปมากนะจ๊ะ เธอทำได้ อย่าว่าดิฉันสร้างความประหลาดใจให้กับนังคุณนายฝ่ายเดียวเลย คุณซามูไรก็สร้างคามประหลาดให้กับพวกเราเหมือนกัน สงสัยว่าจะซุ่มค่ะแอบไปหัดเรียนภาษาไทยมาเหมือนกันมีที่ไหน เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ตรงไป ใช่ ไม่ใช่ ไม่มี ไม่เอา นับเลขได้ด้วย เออแหนะไปหัดมาจากไหนกัน ทำเอาพวกเราตาโต ก็แอบนินทาไปตั้งแยะแล้วนี่ค่ะ แล้วจะรู้ไหมนี่
 
 

 
 
ตอนนี้คุณซามูไรกลับไปประเทศญี่ปุ่นแล้วค่ะ ก็ยังมีงานที่ต้องทำ มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ถึงตัวจะกลับไปแต่ก็ยังมีความรู้สึกดีดีหลงเหลืออยู่แถวนี้บ้างค่ะ อาจจะมพกติดตัวเอากลับไปทีญี่ปุ่นด้วยก็เป็นได้ อย่างน้อย ๆ ก็มีอีเมล์ส่งมารายงานข่าวว่าถึงญี่ปุ่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่เท่านั้นนะค่ะยังมีอีเมล์จากคุณซามูไรมาถึงดิฉันทุกวัน ช่างมีเรื่องมาเล่าให้ฟังได้ทุกวันจริง ๆนี่ขนาดบอกว่าไม่เก่งภาษาอังกฤษนะ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องราวทั้งหมดจะดำเนินต่อไปยังไง แล้วนิยายเรื่องนี้จะจบลงแบบไหน รู้แต่ว่าเรื่องนี้ดิฉันขอเป็นนางเอกบ้างก็แล้วกันนะค่ะ ไม่แน่นะค่ะคราวนี้อาจจะมีเรื่อง The story of คุณ さむらい (Samurai) มานำเสนอให้อ่านกันก็เป็นได้
 
 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
4月21日

~thRee WeddinGs & The LoNeLy bRideMaid~

 
 
 
 
ช่วงนี้อาการและอารมณ์ไม่ค่อยจะดีค่ะ ก็อาการเหงาผสมกันกับอาการไม่อยากอยู่คนเดียวกำเริบขั้นรุนแรง รู้สึกว่า(เปล่า)เปลี่ยวชอบกล แล้วดันจะมีตัวแปลที่ทำให้เป็นเอามาก ๆ ขึ้นมาอีก จริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องน่ายินดีนะนี่ ไหงเอามาทำเป็นเรื่องเศร้าซะได้
 
   
ที่ว่าเรื่องน่ายินดีก็คือ แม่เพื่อนสาวของดิฉันได้ฤกษ์ลงมาจากที่สูงอีกคนแล้ว ก็มีชายหนุ่มใจดีอุ้มเธอลงจากที่สูง เป็นชายหนุ่มจากแดนไกลอีกตาหาก ดิฉันล่ะอยากจะโดดตามจริง ๆ แต่ไม่มีคนรอรับนี่ซีค่ะ กลัวจะเจ็บหนักเลยต้องยั้ง ๆ ตัวเองไว้ก่อน ได้แต่ทำตาปริบ ๆ ทำหน้าเป็นหมาหงอยต่อ นั่งรอต่อไป
 
 
 
 
 
 
จริง ๆ ก็ไม่เห็นน่าจะเกี่ยวกับอาการเปลี่ยวของดิฉันสักเท่าไหร่นะค่ะ แต่นี่ดิฉันจะต้องเข้าข้องเกี่ยวกับกิจการงานนี่ด้วย มันเลยทำให้รู้สึก อาการกำเริบ(เสิบสาน)เข้าไปใหญ่ ไอ้ส่วนยินดีหน่ะมันของแน่นอนอยู่แล้ว โถเพื่อนรักจะไปดีทั้งที ใครจะไม่ดีใจ อย่างน้อย ๆ ก็ยังเป็นตัวแทนลงจากที่สูงให้กับบรรดาเพื่อน ๆ ทั้งหลาย คงเป็นการล้างอาถรรพ์ให้กับเหล่าเพื่อน ๆ ว่าในที่สุดกลุ่มเราก็มีคนลงจากที่สูงไปอีกหนึ่งคน ที่เหลือจะได้มีกำลังใจทำมาหาได้กันต่อไป
 
 
ที่ว่าเข้าไปเกี่ยวยังไงนะหรือค่ะ เกี่ยวตั้งกะเริ่มจนจบนั้นแหละ ประมาณว่านังคุณนายเพื่อสาวของดิฉันแทบจะต้องกล่าวขอบคุณดิฉันในงาน หากไม่มีดิฉันก็จะไม่มีวันนี้ นี่ก็เกินจริงไปนิดนึงค่ะ เริ่มตั้งกะวันที่เจ้าหล่อนมาบอกว่าจะแต่งงาน อันนั้นก็ทำให้เพื่อน ๆ ทั้งฝูงที่อยู่รวมกันแทบจะตกเก้าอี้ด้วยความริษยา เย้ยไม่ช่ายแบบนั้น ประหลาดใจและดีใจตาหาก ก็ใครจะไปนึกได้ล่ะค่ะ ว่าแม่คุณจะแต่งงานได้สายฟ้าแลบขนาดนี้ แต่ไม่ได้เป็นเพราะเหตุผลเบนโลนะอย่าเข้าใจกันผิดไป
 
 
 
 
ไอ้เป็นเจ้าสาวแบบฟ้าแลบยังไม่เท่าไหร่ แต่นี้นังคุณนายประกาศก้องว่าชายหนุ่มผู้มีน้ำใจงามที่นำทางลงจากที่สูงคือ ซามูไรหนุ่มที่เคยเป็นแฟนกันเมื่อหลายปีก่อน แล้วต่างคนก็ต่างแยกกันไปตามทางใครทางมันได้หลายปีแล้ว อะไรกันนี่หล่อนกลับไปญี่ปุ่นแค่เดือนเดียวได้ผลขนาดนี้เชียวหรือ เรื่องมหัศจรรย์มักจะเกิดขึ้นได้เสมอค่ะ อะไรที่ไม่คิดมักจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
 
นังคุณนายมันว่าตอนแรกที่เลิกกันเพราะรู้สึกว่าไม่สามารถไปกันได้ ถ้าอยู่กันไม่ได้เลิกกันดีกว่า คิดแบบนี้ก็เลยต้องเลิกกัน โชคชะตาคงให้ทั้งคู่ไปดูรอบ ๆ ก่อนมั้งค่ะ จะได้ค้นพบว่าแท้จริงแล้วคนที่เราจะอยู่ด้วยแล้วดีที่สุดคือใคร แหมอารมณ์แบบนี้ไม่อยากจะเขียนเรื่องรัก ๆ เลย มันจี๊ด ๆ ค่ะ แล้วทั้งคู่ก็ค้นพบอีกครั้งหนึ่งว่าไม่ว่าจะไปคบกับใคร รักกับใคร ก็ไม่ดีเท่าตอนที่ทั้งคู่เคยอยู่ด้วยกันมา เมื่อทัง้คู่ตัดสินใจได้แล้ว ก็ฟันธงทันทีว่าเอาว่ะจะอยู่ด้วยกันนี่แหละดีที่สุดแล้ว
 
 
 
 
 
อะไรมันปานฟ้าแลบขนาดนั้น ไปญี่ปุ่นมาเมื่อต้นมกราคมนี่เอง ตัดสินใจได้เร็วขนาดนี้ ยังกะว่าถ้าตัดสินใจช้าไปกว่านี้จะพลาดช่วงโปรโมชั่นงั้นแหละ ก็คุณซามูไรเขาขอแต่งงานกันที่สนามบินก่อนที่นังคุณนายของดิฉันจะเดินทางกลับนะซีค่ะ ชีวิตช่างเหมือนซี่รี่ญี่ปุ่นจริงเชียว
 
 
 
พอกลับมาถึงนังคุณนายก็เริ่มโปรเจ็คทันทีโดยการลากพวกดิฉันไปดูโรงแรม เคยเห็นป่าวค่ะ ผู้หญิงไปดูโรงแรมเพื่อจัดงานแต่งงานเป็นโขยง เคยเห็นแต่ไปกระหนุงกระหนิงกันสองคน เซลล์ทำหน้างงค่ะ ประมาณว่าแต่งกันหมดนี้หรือค่ะ ป่าว แต่งคนเดียวค่ะที่เหลือมาเป็นเพื่อน จากโรงแรมก็ต้องไปเลือกสตูดิโอ อืมอันนี้หนักกว่าโรงแรมอีก เพราะแต่ละคนช่างติทั้งนั้น อันนี้ดี อันนี้ไม่ได้ รูปสวย รูปเห่ย ชุดเก่าไป ชุดโทรม แพงไปบ้าง ปวดหัวแทน แต่นังคุณนายเธอสนุกค่ะ นาน ๆ ทีจะลากเพื่อนออกมาเจอได้ทุกอาทิตย์
 
 
 
 
 
 
กว่าจะเลือกได้ก็ทำเอาบรรดาเพื่อน ๆ หน้ามืดไปตามกัน เท่านั้นยังไม่พอ ชุดล่ะเอาแบบไหน ต้องไปนั่งชมแฟชั่นโชว์ส่วนตัวของคุณนายเธออีก ยิ่งถูกใจมากก็ยิ่งต้องดูมาก คนยิ่งบกพร่องทางความรักอยู่นะเฟ้ย ให้มาดูอะไรอยู่ได้ ทำเอาสาวโสด ๆ แบบดิฉันหงอยไปเป็นธรรมดา แต่ด้วยหน้าที่ของเพื่อนดีเด่นแล้วต้องทำค่ะ
 
 
หลังจากเรื่งชุดจบไปแล้ว ตามด้วยเรื่องเพลงที่จะใช้วันงานจะใช้เพลงไรดีล่ะ ตอนเดินเข้า ตอนตัดเค้ก จะหน้าที่ใครล่ะค่ะถ้าไม่ใช่หน้าที่ดิฉันหาเพลง ฟังเพลง ไลท์เพลง คนอกหักให้มานั่งฟังเพลงรักแล้วมันจะอินไหมนี่ แต่บอกแล้วเพื่อนดีเด่นต้องทำได้ บางครั้งยังแอบคิดเลยค่ะว่านี่มันแต่งหรือกรูแต่งกันแน่ฟ่ะ
 
 
 
 
 
 
 
ส่วนคุณซามูไรตอนนั้นยังไม่มาค่ะ ส่งแต่ค่าใช้จ่ายมา เพราะต้องเตรียมการย้ายบ้านมาอยู่ที่กรุงเทพเลย ประเสริฐแท้ ๆ มาอีกทีก็ตอนถ่ายรูป แล้วก็ตอนวันงานพร้อมกับครอบครัว ที่พูดถึงนี่คือเรื่องเมื่อเดือนที่แล้วนะค่ะ ก็นังคุณนายมันจะแต่งงานพรุ่งนี้แล้วค่ะ มันไม่เหนื่อยแต่เพื่อนมันเหนื่อย ออกจากบ้านเกือบทุกวันหยุด ไปโรงแรมเกือบทุกโรงแรม ดูแฟชั่นโชว์ชุดแต่งงานจนจะบ้าด้วยความริษยา สงกรานต์ใครถามว่าไปเที่ยวไหนค่ะ เที่ยวค่ะ เที่ยวที่บ้านนังคุณนาย โน้นไปผูกโบว์ของชำร่วย ขอบอกว่าของชำร่วยมาจากประเทศญี่ปุ่นเชียวนะค่ะ ยังไม่แค่นั้นะค่ะ ต้องพาไปซื้อชุดนอนตอนส่งตัว อันนี้แบบว่าคัดกันสุดฤทธิ์ เอาแบบเอ๊กซ์หน่อย ๆ นะเพื่อน พาไปซื้อรองเท้า พาไปทำเล็บ
 
 
 
นึกอะไรได้นึกอะไรออก ต้องรีบโทรไปบอกเดี๋ยวลืม "คุยกับเซลล์เรื่องห้องหรือยัง" "ดนตรีละคุยกะเขายังว่าให้บรรเลงเพลงแบบไหน" "เพลงที่ใช้เดินเลือกไปหรือยัง" และอีกสารพัด นึกซะว่าทำบุญ เผื่อผลบุญจะได้ส่งคนดี ๆ มีน้ำใจกระชากดิฉันลงจากที่สูงเสียที จะแต่งอยู่แล้ววันพรุ่งนี้ยังไม่วายมีปัญหาอีกจนได้ จะกล่าวขอบคุณบนเวทีต้องพูดอะไรบ้าง เฮ้ยไม่เคยแต่งเหมือนกันเฟ้ยอันนี้ตอบไม่ได้ แต่หน้าที่เพื่อนดีเด่นมันค้ำคออยู่ก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เอาว่ะเดี๋ยวโทรไปถามให้
 
 
 
 
 
 
อย่าคิดกันไปนะค่ะว่าถึงพรุ่งนี้แล้วหน้าที่ของดิฉันจะหมดลง ยังค่ะ หน้าที่จะหมดก็ต่อเมื่อจบงาน นอกจากพรุ่งนี้จะต้องเป็นเพื่อนเจ้าสาวแล้ว ดิฉันก็ยังคงต้องทำหน้าที่เดิม ๆ ที่ทำอยู่เป็นประจำนั้นคือ การเป็นพิธีกร อันนี้ค่อยถนัดหน่อยนะค่ะ แต่ก็นะเป็นมาแล้วงานนี้เป็นงานที่ 3 คงต้องรอให้ผ่านงานที่ 4 ไปก่อนดิฉันถึงจะมีโอกาสกับเขาบ้าง แต่ได้ข่าวว่านังคุณนายเตรียมสมนาคุณเพื่อนดีเด่นอย่างดิฉันด้วย .... อันนี้ไปรอลุ้นพรุ่งนี้ค่ะ คราวนี้อาจจะไม่ต้องรอเป็นพิธีกรงานที่ 4 แล้วก็เป็นได้ อาจต้องไปหาพิธีกรใหม่ ก็พิธีกรจะเปลี่ยนหน้าที่แล้วซีค่ะ สาธุ ..
 
 
 
3月28日

~น้องคนใหม่ (น้องใครหว่า)~

 
 
 

 
 
ลำบากใจจริง ๆ เลยค่ะ เกิดเป็นลูกสถาปนึกนี่ ก็นึกจะทำอะไรก็ทำ นึกจะต่ออะไรตรงไหนก็ต่อ นึกจะสร้างแบบไหนก็สร้าง นึกอยากจะมีบ้านแบบแปลก ๆ ก็ทำมันซะยังงั้น มีบ้านไม่เหมือนชาวบ้านเขาก็ลำบากใจเป็นธรรมดานะค่ะ ก็สามารถแปรรูปทรงได้ตามใจผู้ปกครองที่บ้าน ต่อ ๆ เติม ๆ กันเป็นกิจวัตร
  
บ้านไหนใครเขาทำกันแบบนี้บ้างหนอ ไม่มีทางเข้าหน้าบ้านต้องเข้าข้าง ๆ บ้านแทน แถมกว่าจะเข้าไปได้จะต้องบุกป่าฝ่าดงเข้าไปไม่รู้ว่าวันไหนเสือจะคาบไปรับประทาน ก็มันรกนี่ค่ะสัตว์เลี้ยงประจำบ้านก็ได้แก่ น้องเหลือม น้องเห่า น้องเขียว เดินกันดีดีนะค่ะ ระวังจะโดนเขมือบ แต่คิดไปคิดมาแล้วน้อง ๆ เขาคงไม่กล้าเขมือบดิฉันหรอกค่ะเพราะคงต้องใช้เวลาเป็นปีกว่าจะย่อยหมด ก็ตัวซะขนาดนั้น
 

 
นอกจากจะทำสวนสัตว์ไว้เป็นส่วนตัวแล้ว ยังทำห้องดักลูกเอาไว้อีกตาหาก เอาไว้ดักลูก ๆ เวลาที่พวกดิฉันกลับบ้านกันดึก ๆ (เช้า ๆ ) กลับกันกี่โมงกี่ยามผู้ปกครองก็รู้ เพราะยังไงก็ได้ยินเสียง ก็เล่นย้ายห้องนอนจากข้างบนมาไว้หน้าบ้าน ใครเข้าใครออกไปไหนก็ไม่สามารถรอดสายตา รอดรูหูไปได้ หรือถ้าหลับแบบสนิท ๆ กันจริงก็ใช้วิทยายุทธตอนเช้า ๆ แทนด้วยการพิสูจน์ความร้อนของหน้ารถ สามารถค่ะผู้ปกครองดิฉัน จับแล้วรู้ด้วยว่ากลับมาถึงบ้านกี่โมง มีอุปกรณ์วัดความร้อนอยู่ในตัว
 
อยู่ดีดีคนเราก็มาตั้งวงนินทาบุพการีซะงั้น โถถ้าไม่รักไม่พูดถึงนะนี่ ทำเป็นบ่นไปงั้นแหละค่ะ อยู่มาก็หลายสิบปีแล้ว ชินซะแล้ว แต่เหมือนมีบ้านใหม่เสมอ จากการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของสถาปนึกที่บ้าน เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผู้ปกครองดิฉันทุบกำแพงอีกแล้วค่ะ มีไหมค่ะบ้านไหนมีประตูเข้าบ้านถึงสามประตู มีโรงรถที่ไม่ได้เรียงกันถึงสามโรง บ้านดิฉันมีค่ะ เริ่มแรกเดิมทีมีประตูทางเข้าที่เดียว มีโรงรถโรงเดียว ผ่านมาได้หลายปีเกิดความสงสารน้องโตโย ฯ ของดิฉัน ก็จัดการรื้อสนามหญ้าตัดต้นไม้ทำมันซะอีกอัน อ่ะคราวนี้มีประตูเข้าบ้านสองอันแระ แต่ไม่ติดกันนะค่ะ เลือกได้ว่าใครอยากใช้อันไหน
  

 
 
แต่มันเป็นเวรของดิฉันค่ะ จำต้องใช้โรงรถอันใหม่ ของใหม่ก็ไม่ใช่จะดีเสมอไปนะค่ะ เวลาเข้าบ้านดึก ๆ จะต้องปิดไฟหน้ารถก่อนเลี้ยวเข้าบ้าน ก็ถ้าเปิดผู้ปกครองก็ตื่นนะซีค่ะ ทำอะไรก็ต้องเหมือนนินจา เงียบ ๆ เบา ๆ เดี๋ยวตื่น แล้วก็ค่อย ๆ ย่องเบาเดินป่าเข้าบ้านไป งานนี้กระถามแถว ๆ นั้นจึงเรียบและราบเพราะฝีเท้าของดิฉันเอง ก็มันมืด (เมา) นี่ค่ะ วัดใจกันไปเลยว่าดิฉันหรือกระถางใครจะอยู่หรือใครจะไป ส่วนมากดิฉันจะอยู่ เพื่อโดนดุตอนเช้า ๆ หลังจากกองพิสูจน์หลักฐานได้ไปพิสูจน์ซากของกระถางแล้ว ก็มันเกะกะนี่หน่าไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ
 
 
ต่อมาพ่อน้องชายตัวดีทำงานทำการมีเงินเหลือกินเหลือใช้ก็เริ่มจะหาเรื่องเป็นหนี้ โดยการหาน้องคนใหม่มาดูแล อย่าเข้าใจผิดไปนะค่ะ น้องรถค่ะไม่ใช่น้องสาว ๆ เดือดร้อนสถาปนึกที่บ้านแลวซีค่ะ กลัวน้องใหม่จะไม่มีที่นอน ไอ้ครั้นจะไล่น้องโตโย ฯ ของดิฉันไปนอนข้างนอกก็จะเป็นการใจร้ายเกินไป โถ น้องเขาทั้งเก่าทั้งแก่ คุณพี่คนดีเคยบอกว่าน้องเขาดังทุกอย่างยกเว้นแตรกะวิทยุ ช่างว่านะ แหมน้องเขาออกจะซื่อสัตย์รับใช้ดิฉันเป็นอย่างดี ไม่เกเรถ้าไม่จำเป็น แม้ว่าจะกินน้ำมันไปสักหน่อย เสียงดังไปสักนิด แต่ก็พาไปถึงจุดหมายทุกที
 

 
 
นั้นแหละค่ะเป็นที่มาของการทุบกำแพง คราวนี้เล็งแล้วว่าโลเคชั่นดี ยอมเสียต้นไม้ไม่กี่ต้น กำแพงไม่มีเมตร น้อง ๆ ก็จะมีที่นอนกัน แต่คราวนี้ใช้พื้นที่ข้าง ๆ บ้าน กลายเป็นมีประตูทางเข้าบ้านสามอัน แถมคราวนี้ใกล้ชิดกับห้องผู้ปกครองอย่างที่สุด ใครหนอจะเป็นผู้โชคดี ได้รับเกียรติอันนั้น
 
และแล้วน้องยาลิสก็มาถึง น้องหล่อมาก ๆ สีแดงสุด ๆ ขอถามนิดนึงว่าใครหนอช่างเลือกได้รับคำตอบว่าผู้ปกครองฝ่ายชายเป็นผู้เลือก วัยรุ่นจริง ๆ แต่ดิฉันโกรธค่ะ ซื้อมาได้เกียร์ธรรมดา แล้วจะไปขับของมันได้อย่างไร แบบนี้แกล้งกันนี่หว่า ก็เลยได้แต่นั่งอดขับไปเฉิดฉายไปตามระเบียบ แต่อีกไม่นานหรอก ดิฉันจะต้องขับให้ได้ (ฝันกันเห็น ๆ )
 
 

 
 
ไม่ได้โกรธเรื่องเดียวนะค่ะ เพราะน้องโตโย ฯ ของดิฉันได้รับการเชิญให้ไปอยู่โรงรถอันใหม่ กลั่นแกล้งกันอีกแล้ว แบบนี้ก้รู้นะซีว่ากลับบ้านดึก ก็มันตรงหน้าต่างห้องนอนซะขนาดนั้น โถสงสารน้อง น้องเขาโดนย้าย น้องเขาต้องนอนไม่สบายเป็นแน่ ก็ต้องยอมไปนะค่ะคุณน้องขา เรามันเก่าแล้ว ยอมให้น้องใหม่ ๆ เขาไปก่อน แล้ววันหนึ่งจะเป็นวันของเรา
 
 
 
 
 
ปล. 1 วันนี้เป็นวันแรกของประวัติศาสตร์ชาติไทย คือว่าดิฉันไม่มีเสียง ไม่ใช่ไม่อยากไปออกเสียงนะค่ะ แต่ไม่มีเสียงจะออก เสียงมันหายไปไหนก็ไม่รู้ ตื่นเช้ามามีอาการไข้แถมด้วยเสียงหาย พูดจาไม่รู้เรื่อง ที่บ้านไมมีใครเขาอยากจะพูดกะดิฉันสักกะคนเขาว่ารำคาญ พูดไม่ได้ก็พยายามอยู่นั้นแหละ ก็ทำไงได้ล่ะค่ะเกิดมาเพื่อพูดนี่ค่ะ แถมในบางครั้งยังต้องใช้เสียงทำมาหากินอีก สาเหตุที่หายไปก็เพราะฝนตก อากาศเปลี่ยน ตากฝน และตรากตรำ แถมยังใช้เสียงมากเกินควรในการทำมาหารับประทานเมื่อคืนนี้ รายได้ก็ไม่ดี คนก็น้อย อย่าคิดกันมากไปซีค่ะ ดิฉันไปรับใช้ชาติหารายได้ให้สภากาชาดไทยที่งานกาชาดเท่านั้นเอง ต้องตะโกนแข่งกับเพื่อนบ้านข้าง ๆ แถมบ้านตัวเองก็เสียงดังไม่เบา ดนตรีก็เร้าใจ น้อง ๆ ชาวสปภ.เต้นกันกระจาย ฝึกกันมาอย่างดี อยากจะลงไปร่วมแจมแต่ด้วยความที่เพิ่งจะหัดอายเลยต้องระงับสติอารมณ์หน่อย ใจเย็นลูกพี่ ยังมีวันของเราอีก ได้แต่กระดิกขาไปพลาง ๆ ก่อน เช้านี้เลยป่วย เป็นไข้ อยากได้คนมาดูแลรักษาไข้(ใจ) จริง ๆ เลยค่ะ มีใครจะสมัครบ้างไหมค่ะ มีใครอยากจะดูแลคนเสียงไม่มีแต่พยามยามจะคุยบ้างไหมค่ะ มีใครอยากจะเป็นปากเสียงแทนดิฉันบ้างไหมนี่
 
 
ปล. 2 วันนี้ตัวป่วย เสียงป่วย แล้วใจยังป่วยอีก ไม่แข็งแรงเลย ก็แค่เหงา ๆ อยากมีใครมาดู มาเอาใจใส่แค่นั้นแหละ ก็เลยพาลคิดไปว่า ถ้าคน ๆ นั้นยังอยู่ข้าง ๆ ตอนนี้นะ คงจะมีคนเอาใจ มีคนหายาให้ทาน มีคนโทรมาถามอาการ มีแม้กระทั้งคนโอ๋เวลาที่น้ำตาไหลแบบไร้เหตุผล ก็คนมันไร้เหตุผลจริง ๆ นี่ค่ะ เลยเป็นเด็กไม่ดีไม่ไปสอบมันซะงั้น หนังสือก็อ่านไม่จบ สมองก็ตื้อ ช่างมันปีหน้าเอาใหม่ (พูดแบบนี้มาเป็นรอบที่ 100 แล้วแม่คุณเอ๋ย) เอาน่าขอให้ทุก ๆ คนใจร้ายกะดิฉันมาก ๆ เวลาที่ตัดสินใจที่จะทำอะไรจะได้ตัดสินใจได้ง่าย ๆ หน่อย  
 
ไม่ได้หยิ่ง ไม่จริง ไม่ได้ก่อกำแพงเอาไว้
ไม่รังเกียจถ้าใครจะเดินเข้ามาทั้งนั้น

(เพราะ)ก็ฉันมันคนหัวใจมีแผล
อาการแย่มาเมื่อวาน วันนี้แค่ยังหวั่นหวั่น
ไม่อยากหางานให้ใจ

อยู่คนเดียวมันเหงาเท่าไหร่
ดีกว่าคนใจร้ายเข้ามา มาทำให้เจ็บ
ให้มีน้ำตาให้ผิดหวังฟรีฟรี
อยู่คนเดียวมันเหงา...เข้าใจ
ก็ประคองตัวไปอย่างนี้
ถ้าเจอไม่ดี ไม่มีคงปลอดภัยซะกว่า
ไม่ได้ปิดประตู ก็ยังเปิดเปิดอยู่วันนี้
ไม่รังเกียจคนดีดี แต่คงต้องดูนานนาน

(เพราะ)ก็ฉันมันคนหัวใจมีแผล
อาการแย่มาเมื่อวาน วันนี้แค่ยังหวั่นหวั่น
ไม่อยากหางานให้ใจ

อยู่คนเดียวมันเหงาเท่าไหร่
ดีกว่าคนใจร้ายเข้ามา มาทำให้เจ็บ
ให้มีน้ำตาให้ผิดหวังฟรีฟรี
อยู่คนเดียวมันเหงา...เข้าใจ
ก็ประคองตัวไปอย่างนี้
ถ้าเจอไม่ดี ไม่มีคงปลอดภัยซะกว่า
ไม่ได้ปิดประตู ก็ยังเปิดเปิดอยู่วันนี้
ไม่รังเกียจคนดีดี แต่คงต้องดูนานนาน

อยู่คนเดียวมันเหงาเท่าไหร่
ดีกว่าคนใจร้ายเข้ามา มาทำให้เจ็บ
ให้มีน้ำตาให้ผิดหวังฟรีฟรี
อยู่คนเดียวมันเหงา...เข้าใจ
ก็ประคองตัวไปอย่างนี้
ถ้าเจอไม่ดี ไม่มีคงปลอดภัยซะกว่า
ไม่ได้ปิดประตู ก็ยังเปิดเปิดอยู่วันนี้
ไม่รังเกียจคนดีดี แต่คงต้องดูนานนาน
 

 
 
ปล. 3 ในที่สุดดิฉันก็มีโปรเจ็คใหม่ ขนาดบิ๊กบึ้ม ความคิดบรรเจิดเจรง ๆ นะค่ะ ไม่รู้ว่าเอาสมองซีกไหน ส่วนไหนคิด สงสัยจะฟุ่งซ่านเวลาว่างมากไปซักนิด ทั้ง ๆ ที่มีอะไรจะทำเต็มไปหมด ก็คนเราอ่ะนะจะทำการใหญ่ต้องลงทุนหน่อย งานนี้ว่าจะโกอินเตอร์ค่ะ มีความหวังรออยู่ วันที่ 20 นี้แล้วที่จะได้รู้ว่าจะต้องลงทุน ลงแรงเท่าไหร่ งานถึงจะสำเร็จ แต่ก่อนอื่นจะต้องไปหาที่เรียนภาษาญี่ปุ่นก่อน ใครมีที่ไหนดีดี น่าสนใจ แนะนำกันเข้ามาได้ค่ะ อ้อโปรเจ็คนี้จัดให้โดยแม่เพื่อนสาว นังคุณนายคิตตี้ของดิฉันเอง มันว่าก็ถ้าแกอยากมี อยากได้เด๋วฉันจัดให้ คัดสรรมาให้เป็นอย่างดี รับรองและรับประกันคุณภาพ
 
 

3月7日

~นาน นานจะโผล่มาสักที~

 
     

  
 
 
เงียบค่ะ หมู่นี้ดิฉันและคนรอบข้างทำตัวเงียบ ทำตัวนิ่ง ๆ ไม่ไหวติงอันเนื่องมาจากภาระประจำวัน ตอนนี้อะไรต่อมิอะไรมันล้นมือไปหมด (ยกเว้นผู้ชายไม่รู้ว่าหายไปไหนกันหมดหนอ) เลยไม่ค่อยได้ไปทักทาย เฮฮา กับเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ไปพักใหญ่ ๆ จนใคร ๆ คงคิดว่าดิฉันหายสาบสูญไปรักษาหัวใจแล้วเป็นแน่ ยังค่ะดิฉันยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ยังคงต้องอยู่ป่วนกวนประสาทชาวบ้านอยู่ต่อไป ไม่งั้นโลกจะสงบสุขเกิน อะไรกันเธอ อะไรมันจะร้ายกาจขนาดนั้น
 
  
ดิฉันได้เคยแพลม ๆ ไปบ้างแล้วว่าเปลี่ยนที่ทำมาหากินใหม่ทำให้ดิฉันต้องเจอกันอะไรใหม่ ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานใหม่ ๆ นายคนใหม่ งานแบบใหม่ ๆ วิถีชีวิตแบบใหม่ ๆ ที่แต่เดิมเคยตื่นสายกลับดึก ก็ต้องเปลี่ยนเป็นตื่นเช้า(มืด)กลับแต่หัววัน กว่าจะปรับตัวได้ก็เล่นเอาหัวหมุน จาก The Gangs ที่ฮา ๆ ปนบ้า ๆ ก็ต้องเปลี่ยนเป็นสงบเหงี่ยมเจียมตัว จากงานที่ต้องออกไปตะเวนต่างจังหวัดก็เปลี่ยนมาเป็นนั่งติดโต๊ะอยู่เกือบตลอดเวลา ยากนะนั้นหน่ะสำหรับดิฉัน การที่จับเอาคนแบบดิฉันมานั่งติดโต๊ะได้นี่ เยี่ยมยอดสุด ๆ ก็ได้แต่ตาละห้อยไปพลาง ๆ ก่อน ป่านนี้เพื่อน ๆ คงเริ่มออกต่างจังหวัดกันแล้ว พวกมันจะเหงาหูบ้างไหมนะที่วิทยุกระจายเสียงแบบดิฉันหายไป แล้วจะเบื่อกันบ้างไหมนะที่ไม่มีใครทำอะไรเพี้ยน ๆ ให้ดู แล้วพวกมันจะหัวเราะใครกันล่ะ ใครจะมาทำเปิ่น ๆ เซ่อ ๆ ซุ่มซ่ามให้พวกมันดู แต่ก็เพื่อความก้าวหน้า ความมั่นคง ก็ต้องทำ ก็ต้องยอม
  
 

 
 
ไหนนะใครนะบอกว่างานไม่ค่อยมี งานไม่ค่อยแยะ จะได้มีเวลาอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบ จะได้มีฝันที่เป็นจริงสักที ว่าแต่มันฝันของใครกันแน่หว่า คล้ายว่าจะเป็นความฝันของคุณพี่จ๋านะนี่(ยังจำกันได้หรือเปล่า) ก็เราไม่ได้เกลียดกันขนาดจะไม่พูดถึงกันเลยนี่ค่ะ ความรู้สึกดีดีก็ยังมีอยู่ เพียงแต่เรามีเวลาอยู่ด้วยกันน้อยไปหน่อยเท่านั้นเอง คิดได้ไงนะนี่ ช่างเป็นคนดีซะจริง ๆ นะแม่คุณ ก็ตั้งกะมาทำงานใหม่ได้เกือบ ๆ เดือนดิฉันก็ยังแบกหนังสือมาทุกวันกะว่าได้อ่านแน่ ๆ ปรากฎว่าหนังสือก็ยังอยู่ในสภาพเรียบร้อยนอนสงบนิ่งไม่เคลื่อนไหวอยู่ในกระเป๋าเอกสารเหมือนเดิม คงมีแต่ดิฉันเท่านั้นที่เคลื่อนไหวทำงาน งาน แล้วก็งาน แต่ว่ามีงานทำดีกว่าไม่มีงานจะทำนะค่ะ ดีกว่าหายใจทิ้งไปวัน ๆ
  
 
ที่นี่ดิฉันจะต้องเจอกับคนสารพัดรูปแบบ แต่ตอนนี้ขอไม่บอกนะค่ะว่าดิฉันย้ายไปทำมาหากินที่ไหน เอาเป็นว่าเป็นงานคนละด้านกับงานเดิมอย่างสิ้นเชิง แต่ก็เป็นงานให้บริการเหมือนเช่นเดิม ดังนั้นตำแหน่งอธิบดีกรมจิตบริการของดิฉันก็ยังอยู่ แถมได้ใช้มากกว่าเดิมอีกด้วย เฮ้อภูมิใจจริง ๆ เชียว ก็ไม่มีใครภูมิใจภูมิใจตัวเองก็ได้นี่ค่ะ อืมงั้นดิฉันก็ยังเป็นหญิง(ให้)บริการเหมือนเดิมซีนะค่ะ แต่สิ่งที่ชอบสุด ๆ ไม่อยากเลยเชียวก็ดิฉันได้มาอยู่ในแวดวงของคนในเครื่องแบบ โห ละลานตาไปหมด แต่ยังหาแบบเข้ม ๆ หล่อ แบบที่ได้ใจยังไม่เจอเลยค่ะ งานนี้ต้องพยายามต่อไป เจ้าตัวแสบมันว่าก็เขารู้นี่ว่าเจ๊ชอบคนในเครื่องแบบเขาก็เลยส่งเจ๊มาอยู่นี่ไง ไงล่ะสมใจหรือเปล่า
  

  
ไปอยู่ไม่กี่วันดิฉันก็ทำเรื่องฉาวโฉ่ซะแล้ว จะไม่โฉ่ได้ไงค่ะน้ำปลาแตกทั้งขวด แตกที่ไหนไม่แตกดันทำแตกกลางห้องทำงาน ดีนะค่ะพื้นไม่เป็นพรมไม่งั้นต้องนั่งดมกันทั้งวันเป็นแน่ แต่ดิฉันนี่ซิไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน น้ำปลามันก็อยู่ของมันดีดีบนชั้นดันจะไปทำให้มันหล่นลงมาได้ เรื่องของเรื่องก็คือดิฉันจะไปหยิบแก้วน้ำ แต่มือมันดันพลาดไปโดนขวด พลาดไปนิดเดียวเองไม่น่าใจน้อยล้มกลิ้งทิ้งตัวลงมาแตกเลย คิดดูซิค่ะว่าไอ้ที่ไม่เคยอายแบบดิฉันจะสามารถอายได้ แล้วก็อายจริง ๆ ซะด้วย
 
 
สิ่งที่ต้องเปลี่ยนไปอีกอย่างก็คือต่อไปนี้ดิฉันไม่จำเป็นต้องซื้อชุดใหม่ ๆ ไปทำงานแล้ว ไม่ต้องนั่งคิดนอนคิดให้ปวดสมองว่าจะใส่ชุดไหนไปทำงานดี ไม่ต้องกลัวว่าใครจะจำได้ถ้าใส่ชุดซ้ำกัน ก็ที่นี่เขาให้ใส่เครื่องแบบไปทำงานนี่ค่ะ คราวนี้นะจะใส่ซ้ำ ๆ กันก็ไม่มีใครจำได้ เว้นแต่ว่าจะมีกลิ่นออกมาฟ้องเท่านั้นแหละค่ะ สุดแสนจะสบาย แต่ก็ใส่มาหลายวันแล้วดิฉันก็ยังทำใจให้ชินไม่ได้เลยค่ะ ใส่แล้วก็แปลก ๆ ชอบกลดูไม่คุ้นตาเลยเวลาส่องกระจก แปลก ๆ ดีค่ะ แรก ๆ ที่ไปทำงานเครื่องแบบยังตัดไม่เสร็จเวลาเดินไปไหนมาไหนข้างในดิฉันรู้สึกเหมือนเป็นตัวประหลาด เพราะชาวบ้านจ้องจะมองอยู่ร่ำไป ไม่ใช่ว่าสวยผิดปกตินะค่ะ แต่แปลกผิดปกติมากกว่า พอใส่เครื่องแบบแล้วเดินไปไหนมาไหนข้างในรู้สึกกลมกลืนสบายใจ แต่พอออกไปข้างนอกดันเหมือนตัวประหลาดไปซะอีก มันแปลกตรงไหนฟ่ะมองกันอยู่ได้แค่ใส่เครื่องแบบไปเดินเอ็มโพเรียมเท่านั้นเองมันผิดตรงไหน มองกันอยู่ได้ทั้งถนนสุขุมวิท
 

 
 
ส่วนเรื่องของหัวใจ คนใกล้ตัว คนใกล้ใจ ยังขอยืนยันอยู่เหมือนเดิมค่ะว่า "เงียบ" ยังไม่มีวี่แวว ไม่มีใครเข้ามา ไอ้หน้าใหม่ ๆ ก็ไม่โผล่มาให้อุ่นใจ ไอ้ที่อยู่ก็ยังอยู่เหมือนเดิม ไอ้ที่วน ๆ เวียน ๆ ก็ยังป้วนเปี้ยนไม่ไปไหน ไอ้ที่ค้าง ๆ คา ๆ ไม่ตัดสินใจสักที มันก็ยังคงไม่ตัดสินใจอยู่ คงต้องให้เวลาพี่จ๋าเขาอ่ะค่ะ เรื่องแบบนี้มันทำใจยาก ดิฉันเข้าใจ แต่พอตัดสินใจให้แล้วก็ไม่เอา ไม่เข้าใจจริง ๆ เลยใจคนเรานี่นะ ส่วนเรื่องที่ทำให้หนักใจดิฉันขอยืนยันว่าไม่มีค่ะ ทำใจได้ ยิ้มได้ สงบได้ มีหงุดหงิดบ้างตามวาระ แม้จะมีบ้างที่มีอารมณ์จี๊ด ๆ ขึ้นมา ประมาณว่าอารมณ์อยากฆ่าคนอ่ะค่ะ แต่ก็ไม่ได้พลั้งใจ พลาดมือไปฆ่าใครจริง ๆ ผ่านแล้วก็ผ่านไป ดิฉันให้อภัย ให้จบ ๆ กันไป ขอแค่กรี๊ดใส่สักทีให้อารมณ์ดีก็พอแล้ว แต่อะไรจะหลุดไปจากมือบ้างอันนี้อยู่นอกเหนือการควบคุมค่ะ ก็พี่จ๋าอย่าเอาหัวมารับซีค่ะมันเจ็บนะนั้น(สม)

 

 

 

คอยห้ามใจทีไรมันก็ยัง ทนไม่ไหว
ทุกครั้งที่เราใกล้ชิดกัน ฉันเพ้อฝันไปถึงไหน

อย่าไปอยู่ใกล้เธอ เตือนหัวใจตัวเอง
อย่ามัวฝันถึงเธอ แล้วฉันจะทำได้ไหม
อย่าคอยส่งยิ้มให้เธอ เธอคงไม่สนใจฉันสักนิดเลย

แล้วฉันจะฝืน ฝืนหัวใจตัวเองได้ไหม
แล้วฉันจะฝืนความรู้สึกของฉันได้ยังไง
ไม่อาจจะฝืนความรักที่มันเอ่อล้น
ฉันนั้นต้องฝืนทนกล้ำกลืน
อยู่กับความขื่นขม ที่เธอมองว่าฉันไม่มีตัวตน
ถึงจะยากเย็นเพียงใด ฉันก็คงต้องฝืนต่อไป

 

 

ปล. เพลงเศร้าไม่ได้หมายความว่าคนชอบเพลงนี้จะเศร้าตามไปด้วยนะค่ะ แค่แอบอินเล็ก ๆ เท่านั้นเอง ก็มันโดนอ่ะค่ะ

 

ปล. 2 อาทิตย์ที่ผ่านมานังคุณแม่มันไม่อยู่ เหงาพิลึก ไม่มีใครมาอ๊อฟตัว(หนีลูก หนีสามี)ไปกินเหล้าด้วยเลย เมื่อไรจะกลับมาสักทีฟ่ะ ไม่เห็นจะไกลสักเท่าไหร่เลยเยอรมันเท่านั้นเอง ไกลตรงไหน รีบ ๆ มาได้แล้วพี่สาวหงอยจะแย่แล้ว ก็บอกแล้วไงว่าอาทิตย์นี้มันเงียบจริง ๆ

 

ปล. 3 วันศุกร์แล้ว เย้ ๆๆ นังคุณแม่ก็กลับมาแล้ว ว่าแต่ไปซ่าไหนกันดีอ่ะ

 

ปล. 4 นังหนูเอจ๋า วันอาทิตย์เจอกัน ตอนนี้เจ๊ก็พยายามทำตัวทำใจให้ใสปิ๊ง ๆ ช่างมันไม่สนแล้ว อยากทำไรก็ทำไป คิดว่าไรดี ไรถูกก็ทำก็ทำ อย่ามาว่ากันก็แล้วกัน ทีเอ็งข้ายังไม่โวย ทีข้าเอ็งอย่าโวยก็แล้วกานนนนนนนนนน

 

2月19日

HaPPy BiRtHdAy tO mY DeAR SisTeR

      
 

 
 
 
 
ดิฉันมีน้องสาวร่วมโลกอยู่ 1 คนค่ะ เราเจอกันแบบแปลก ๆ เจอกันในแบบที่ไม่น่าจะเจอแล้วเราทั้งสองก็ค้นพบว่าโลกมันกลมจริง ๆ ยิ่งคบกันไปเราทั้งสองคนยิ่งพบถึงความมหัศจรรย์ในแบบที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ในความเหมือนของเรา ถึงหน้าตาจะไม่เหมือนกัน อายุจะต่างกัน แต่ความคิด การกระทำ พฤติกรรมและนิสัยราวกับโขกกันออกมาจากพิมพ์เดียวกัน ชอบอะไรคล้าย ๆ กัน เพียงแต่ว่าเราไม่ได้ชอบผู้ชายคนเดียวกันนะค่ะ ถ้าชอบละก็เป็นเรื่องแน่ อันนี้ดิฉันล่ะโล่งอก ที่สำคัญตอนนี้เรายังดันโสดอยู่ทั้งคู่
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ต่างฝ่ายต่างมีน้ำใจ มีความจริงใจให้แก่กัน มีทั้งความรักและความเป็นห่วงให้กันเสมอมา เฮ้อถ้าดิฉันเป็นผู้ชายก็คงจะจีบมันไปแล้วแหละค่ะ ได้ใจจริง ๆเลย ผู้หญิงอะไร แสนรู้ไปหมดทุกอย่าง แถมวิญญาณแม่ผีเรือนเข้าสิงอยู่บ่อย อันนี้เป็นลาภปากของดิฉันเองค่ะ จะกินอะไรแบบไหนขอให้บอกสารพัดจะรู้ไปหมด เออเจ๊อยากจะบอกว่าคิดถึง blueberry pie เหลือเกิน เอาแบบที่กินแล้วอ้วนทันตาเห็นนะจ๊ะ ของไม่อ้วนคือของไม่อร่อยจ้ะ เช้าถึงเย็นถึงไม่เคยไม่มีวันไหนที่ดิฉันจะไม่ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของคุณเธอ ยามดิฉันน้ำตาตกเช็ดหัวเข่าก็ได้น้องสาวคนนี้แหละค่ะที่ยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้ใช้แทนเข่า ยามพี่เจ็บน้องเจ็บด้วย แถมแค้นแทนอีกตาหาก ระวังให้ดีเถอะค่ะ ใครที่ทำไม่ดีกับดิฉันไว้เดี๋ยวจะส่งน้องสาวไปจัดการ ขอบอกเลยว่าเธอทำได้ทุกอย่าง
 
 
 
 
 
 
บางอย่างที่ไม่เคยรู้ ไม่เคยคิด ได้ก็ได้เจ้าน้องนี่แหละที่คอยบอกคอยสอน ประมาณว่า "เจ๊ถ้าเราหมายมั่นอะไรแล้วเราต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มา แบบว่าเราต้องเอาให้ได้นั้นแหละ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม จะถูกไม่ถูกไม่รู้แต่กรูจะเอาอ่ะ" มันได้ใจนะน้อง แต่บางทีมันก็เกินกำลังเจ๊ไปหน่อย สู้ไม่ไหวก็ออกจะอ่อนแอและบอบบางขนาดนี้ ขอแรงน้องช่วยส่งมันไปไกล ๆ หู ไกล ๆ ตาเจ๊หน่อยเถอะ แบบสุดชายแดนประเทศไทยก็จะดีนะ ช่วงนี้คุณเธอกำลังวุ่นวายกะชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องรัก เรื่องหัวใจ และชายในฝัน เอาเถอะสู้ ๆ นะน้องนะ เอาใจช่วยถึงเจ๊จะไม่มีกำลังภายในไปช่วยอะไรได้มากนัก อย่างดีเจ๊ก็ได้แต่ส่งใจไปช่วยให้ตลอดรอดฝัง
 
 
 
 
 
เอ๊าจริง ๆ แล้วจะบอกว่าวันที่ 20 นี้เจ้าน้องสาวคนนี้ก็โตขึ้นอีกปีแล้ว ตามธรรมเนียมก็ต้องขอบอกว่า Happy Birthday  นะจ๊ะ พี่สาวก็ไม่มีอะไรจะให้มากไปกว่าความรัก ความหวังดี ที่จริง ๆ ก็มีให้อยู่เสมอ ๆ แล้วแต่วันนี้จะเพิ่มให้เป็นพิเศษก็กัน เจ๊ก็คงไม่แก่มากพอที่จะให้ศีลให้พรน้องได้อ่ะ ก็ได้แต่อวยพร(ได้อย่างเดียวเพราะเจ๊ศีลขาดไปตั้งกะวันเสาร์แล้ว)ให้น้องสมหวังทุกประการ อยากไปเรียนต่อก็ขอให้ได้ไป อยากมีใครดีดีข้าง ๆ ก็ขอให้มี จะลงจากที่สูงก่อนเจ๊ก็ไม่ว่ากันฟ่ะ ของแบบนี้ห้ามกันไม่ได้ ขอให้ได้ ขอให้โดน ความสุขจงเป็นของนังหนูเอของเจ๊ทุก ๆ วัน สาธุ
 

 

 

 
วันและคืนได้ผ่านเลยมา ผ่านมาถึงวันดี คือวันสำคัญที่เป็นของเธอ
สิ่งใดที่เป็นสุขหวังให้เธอได้พบเจอ ด้วยใจจริง อยากให้เธอสุขเกินกว่าใคร

อธิษฐานขอพรจากดาวให้สมดั่งใจ มีวันสวยงามให้เธอพบพาน
หากเธอฝันถึงสิ่งใดขอให้เธอได้มา สมใจทุกอย่างในวันที่แสนดี

ยังคงมีสิ่งหนึ่งในใจ สิ่งที่ฉันนั้นมี เตรียมมาให้เธอในวันสำคัญ
อาจดูไม่ยิ่งใหญ่แต่ฉันเตรียมมาแสนนาน คือความรักที่นิรันดร์ ให้เธอด้วยใจ

อธิษฐานขอพรจากดาวให้สมดั่งใจ มีวันสวยงามให้เธอพบพาน
หากเธอฝันถึงสิ่งใดขอให้เธอได้มา สมใจทุกอย่างในวันที่แสนดี

ยังคงมีสิ่งหนึ่งในใจ สิ่งที่ฉันนั้นมี เตรียมมาให้เธอในวันสำคัญ
อาจดูไม่ยิ่งใหญ่แต่ฉันเตรียมมาแสนนาน คือความรักที่นิรันดร์ ให้เธอด้วยใจ

ด้วยความรัก จากหัวใจแด่เธอผู้เดียว

 

 


 
 
2月15日

กลับมาใหม่อีกครั้ง มาแบบเปี่ยมพลังกว่าเดิม

 
 
 
 
มารายงานตัวหลังวันแห่งความรักค่ะ และแล้วดิฉันก็กลับมาอีกครั้ง เหนื่อยเหมือนกันนะนี่ไป ๆ มา ๆ แบบนี้ ก็เหนื่อยนักก็ต้องหลบไปพักใจพักกาย เมื่อแข็งแรงดีแล้วก็ต้องออกมาดูโลกภายนอกอีกครั้ง ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ก็วัน ๆ หมดไปเร็วจะตายนี่ค่ะ ไม่ทันไรเลยจะหมดเดือนที่สองของปีอีกแล้ว ยังกะเพิ่งจะผ่านปีใหม่มาได้ไม่นานนี่เอง แบบว่ารู้สึกว่าแก่ขึ้นอีกแล้ว อาการป้าถามหา
 
 
 
 
 
 
 
ช่วงนี้ชีวิตก็ยังวุ่นวายเหมือนเดิมค่ะ เพียงแต่ว่าไม่ได้วุ่น ๆ กับเรื่องของหัวใจ เรื่องเดิม ๆ เท่านั้นเอง ดิฉันหันไปวุ่นกับเรื่องงานแทนก็เพิ่งจะเปลี่ยนงานใหม่นี่ค่ะ นั้นแหละที่มาของการหายหัวไปนาน ก็ดิฉันต้องปรับตัว ปรับใจ กับงานใหม่ เพื่อนร่วมงานใหม่ สถานที่ใหม่ นายใหม่ ลูกน้องใหม่ (มีลูกน้องด้วยอ่ะค่ะ) ทุกสิ่งทุกอย่างใหม่ไปหมด ยกเว้นดิฉันที่ยังเป็นคนเดิม คนเก่าอยู่ เป็นแบบไหนก็ยังเป็นเหมือนเดิม (เข้าใจหรือเปล่าย่ะ)
 
  
นอกจากนั้นแล้วดิฉันก็ยังพยายามที่จะมีชีวิตใหม่ ๆ ความรู้สึกดีดี ใหม่ใหม่ เราเริ่มกันใหม่นะค่ะ(กี่รอบแล้วนะแม่คุณ) ก็ให้กำลังใจตัวเองไปเรื่อย ๆ ค่ะ ล้มแล้วก็ต้องลุกขึ้นมาใหม่ เหนื่อยแล้วก็พัก แล้วเราก็มาสู้กันใหม่ ปัญหาและอุปสรรคคือภูมิต้านทานค่ะ ทำให้เราแข็งแรงและแข็งแกร่งมากขึ้น ยิ้มแล้วก็เดินหน้าสู้กับทุกอย่างต่อไป จะลุยแล้วนะค่ะ ยังมีอะไรให้ต้องทำอีกมากมายนี่หน่า จะมามัวทำชีวิตให้เศร้าอยู่ทำไม
 
 
 
 

 
 
 
 
ย้อนหลังไปถึงเรื่องของเมื่อวานนี้ ใครว่าดิฉันจะต้องอยู่คนเดียว ใครว่าดิฉันจะไม่ได้มีนัดกะใคร ผิดไปซะแล้วค่ะ  เช้าขึ้นมาก็มีเรื่องดีดีให้ปลื้มอกปลื้มใจไปทั้งวัน ใครนะเดาว่าดิฉันจะไม่ได้ดอกไม้ อยากจะบอกว่าดิฉันก็ได้ดอกไม้กะเขาด้วยดอกกุหลาบสีชมพูซะด้วยนะค่ะ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ดอกไม้จากชายหนุ่มก็ตามที แต่มันก็เป็นความรู้สึกดีดีที่ส่งมาถึงกัน ส่งถึงที่ทำงานเชียวนะค่ะ เล่นเอาแตกตื่นไปกันใหญ่
 
  
ตกเย็นก็ต้องกระวีกระวาดรีบออกก็มีนัดนี่ค่ะ ไม่ได้อ่านผิดดิฉันมีนัดจริง ๆ นัดกับผู้ชายด้วย นัดทานอาหารเย็นด้วย แต่อาจจะดูไม่ดีนักนะค่ะก็ตรงที่นัดกันที่บ้านผู้ชาย แหมบรรยากาศแบบนี้จะออกไปทำไมให้วุ่นวายสู้อยู่ที่บ้านให้สบายดีกว่า จะกินจะนั่งจะนอนหรือจะทำอะไรก็สะดวกไปหมด อาหารการกินก็แสนจะเพียบพร้อมเจ้าบ้านเขาเตรียมไว้ให้เป็นอย่างดี
 
 
 
 
 
 
 
 
เจอหน้ากันก็แสนจะดีใจราวกับไม่ได้เจอกันมาแสนนาน กอดดิฉันซะแน่นเชียว แถมไม่หนำใจเอาปากมาจุ๊บที่แก้มดิฉันอีกตาหาก สาแก่ใจไหมจ๊ะพ่อคุณ หายคิดถึงหรือยัง ไม่เจอหน้ากันไม่กี่วันโตขึ้นแยะเชียว ก็วันนี้เมื่อปีที่แล้วดิฉันยังไปนั่งเฝ้ารอเขาที่หน้าห้องคลอดอยู่เลยนี่ค่ะจะไม่ให้รักกันได้ไง
 
   
เมื่อวานนนี้เจ้าผู้ชายน้ำลายยืด (นังหนูเอเขาตั้งให้) อายุครบ 1 ขวบแล้ว เราก็เลยมีนัดทานข้าวกันตามภาษาป้า ๆ หลาน ๆ และคนอื่น ๆ อีกมากมายรวมแล้วประมาณ10 กว่าชีวิต แม่เจ้าน้ำลายยืดเขาเลี้ยงก๋วยเตี๋ยว ไก่ทอด ข้าวเหนียว ส้มตำ ดิฉันกลัวจะเสียศรัทธาเลยจัดการซะเรียบ จะห่อเอากลับมากินต่อที่บ้านอีกก็เกรงใจ(ตัวเอง) ที่สำคัญมีเค้กให้เจ้าน้ำลายยืดเป่าด้วย รู้ไว้ด้วยนะว่าขาลากแค่ไหนตอนไปเดินหากับแม่เจ้าน้ำลายยืด เจ้าหนูมันเลยทดแทนบุญคุณด้วยการป้ายครีมบนเสื้อดิฉันซะเลย
 
 
 
 
 
 
 
งานเมื่อคืนจบลงด้วยการที่ดิฉันจะต้องมีหน้าที่พาผู้ชายน้ำลายยืดไปนอน แม่มันขอสละหน้าที่ชั่วคราว ขอสนุกบ้างเถอะ ระลึกได้ว่าวันนี้เมื่อปีที่แล้วเหนื่อยแค่ไหน ลำบากแค่ไหนกว่าจะได้ออกมาเป็นตัวขนาดนี้ นอนกอดกันไป หลานก็หลับ ป้าก็จะพลอยหลับไปด้วย เหนื่อยเหมือนกันนี่หน่า กว่าจะสงบลงได้ เลี้ยงลูกนี่มันยากเหมือนกัน แต่เลี้ยงให้ดีคงจะยากกว่านี้เป็นแน่ ยิ่งเห็นเวลาเจ้าตัวน้อยงอแงดิฉันละอยากมีลูกแบบนี้สัก 10 คน ประชดนะค่ะอันนี้ประชด
 
 
วันแห่งความรักของดิฉันเริ่มด้วยความรักและจบลงด้วยความรักแม้จะเป็นความรักแบบเปียก ๆ น้ำลายก็ตาม แต่ก็เป็นความสุขแบบที่หาได้จากคนใกล้ ๆ ตัว รอบหัวค่ำจบลง รอบกลางค่ำเป็นรอบสังสรรค์ระหว่างพี่ ๆ น้อง ๆ แต่จะเมามากก็ใช่ที่พรุ่งนี้ยังต้องทำงานกัน ส่วนรอบดึกเป็นรอบเจอเพื่อนสาว เราสองคนไม่ได้เจอกันมานานมาก วันนี้ต้องเป็นวันดีที่ทำให้เราโคจรมาเจอกันได้ ดีใจที่ได้คุยกันถึงเรื่องเก่า ๆ (อาการป้ากำเริบ) อ๋อจะบอกว่าคุณพี่คนดีเจ้าขา คุณพี่เป็นชายหนุ่มคนแรกและคนเดียวที่โทรมาในวันนี้ค่ะ ดิฉันขอแสดงความยินดีด้วย กรุณามารับรางวัลด้วยนะค่ะ
 
 
 
 
1月21日

~เมื่อดิฉันไม่รักดี~

 

 

อุตส่าห์ทำ nEw YEaR rEsoLutioN ตอนเริ่มต้นปีใหม่ไว้ซะดิบดี ยังไม่ทันข้ามเดือนเลยก็ร่องแร่งซะแล้ว ก็ตั้งใจที่จะไม่ทำตัวเป็นคนอกหักช้ำรักแล้วนะ แต่ทำไมดันโดนกระหน่ำซ้ำซากอีกแล้ว ทำตัวเองแท้ ๆ เลยเชียว ไม่ได้มีใครเขามาบังคับให้เป็นนะนี่ ในที่สุดดิฉันก็พลาดท่าเสียทีจนได้ เป็นเพราะความใจอ่อนของตัวเองแท้ ๆ เชียว แย่จังค่ะสอนเท่าไหร่ไม่รู้จักจำ ดูดิค่ะทำให้เพื่อนฝูงเดือดร้อนกันทั่วหน้าต้องระดมสรรพกำลังกันปลอบแกมด่ากันยกใหญ่
 
 
 
เรื่องของเรื่องมันก็มาจากตัวดิฉันเองนั้นแหละค่ะที่เข้มแข็งไม่พอปล่อยให้ความรู้สึกเดิม ๆ ที่เคยมีให้กันกลับเข้ามาครอบงำจิตใจอีกครั้ง ก็คนเคยรักกันนี่ค่ะ จะให้ทำอย่างไรได้ จริง ๆ แล้วเรื่องแบบนี้ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอกค่ะ ต้องร่วมใจกันค่ะมันถึงจะดังได้ ก็คุณพี่เธอเล่นทำตัวได้เดิม ๆ จนดิฉันเกือบจะเผลอ ๆ คิดไปว่ายังอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม พอจะดิฉันชักจะเริ่มรู้ตัวก็ชวนทะเลาะเตือนสติกันสักที แต่ไม่เข้าเลยว่าทะเลาะกันทีไรดิฉันจะต้องเป็นฝ่ายเสียน้ำตาทุกที พลาดไปได้ไงนะ
 
 
 
 
 
แบบนี้มันลังเล โลเล ดี ๆ เลิก ๆ ไม่รู้จะเอาไงกันแน่ ทำเอาดิฉันปวดประสาท ปวดตาไปอยู่หลายวัน แต่อาการแบบนี้ไม่ใช่ว่าเพิ่งจะมาเริ่มเป็นนะค่ะ ตลอดระยะเวลาที่เหมือนว่าจะไม่ได้รักกันแล้วคุณพี่จ๋าก็ยังไป ๆ มา ๆ อยู่เรื่อย ๆ วน ๆ เวียน ๆ อยู่แถวดิฉันนี่แหละค่ะ มาบ่อย ๆ เข้าใจมันก็เลยอ่อนไปตามระเบียบ พยายามจังที่จะดึงเข้าไปมีส่วนร่วมในชีวิตของคุณพี่เธอ อะไรที่ไม่อยากรับรู้ก็ต้องรู้ จะไปไหนมาไหนก็ต้องรายงาน แถมดิฉันยังโดนคุมประพฤติอีกตาหาก คิดแล้วก็ยังงงอยู่ว่ายอมไปได้ไง คงเป็นเพราะไม่มีใครดูแลนะซี เพิ่งจะคิดได้หรือไงนะ
 
  

 
 
นี่ขนาดว่าไปราชการที่ภาคใต้นะค่ะ ยังอุตส่าห์โทรมาคุมประพฤติดิฉันได้ทุกวี่ทุกวัน กลัวอะไรกันนักกันหนาค่ะ ดิฉันหน่ะอยู่เป็นที่ที่อยู่แล้ว แต่บทจะหากันไม่เจอหาให้ตายก็ไม่มีทางเจอ ไม่รู้ว่าเกิดสำนึกอะไรขึ้นมาได้ คิดอะไรได้หรือค่ะ คงเป็นเพราะก่อนไปป่วนกันอย่างรุนแรง แทบไม่ได้หลับได้นอน "พี่จะต้องบินพรุ่งนี้เช้านะ ทำไมหนูทำกับพี่แบบนี้ แล้วพี่จะมีสมาธิได้ไง" สม ช่วยไม่ได้ใครเริ่มก่อน ใครป่วนก่อน แล้วใครต้องมาง้อก่อน ทีใครทีมันค่ะ ถ้ายังอยากจะมีกันก็ต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง สิ่งที่ควรจะเป็น ไม่ใช่แบบที่ทำอยู่ทุกวันนี้ 
 

 
 
จนบัดนี้แล้วก็ยังเหมือนเดิม ไม่ได้มีอะไรดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้มีอะไรเลวลง ยังคงจด ๆ จ้อง ๆ กันอยู่เหมือนเดิม ไม่คลุกวงในสักที(เบื่อแล้วนะเฟ้ย) จะทำยังไงก็ไม่ทำ จะเอายังไงก็ไม่เอา ชักจะรำคาญแล้วเหมือนกัน ระวังจะเจอช็อตเด็ดนะค่ะ เอาแบบให้ตั้งตัวไม่ทันเลย แต่ก็นะคราวนี้ไม่รู้ว่าจะด่าใครดีนอกจากจะต้องด่าตัวเองที่ไม่รักดี ต้องสมน้ำหน้าตัวเองที่ปล่อยให้อกหักซ้ำซ้อนอยู่ได้
 
 
 
 
 
ปล. 1 เมื่อวานมีคนตั้งชื่อให้ใหม่อ่ะค่ะ นังคุณแม่มันว่าแกมันร้ายเหลือเกิน จนจะเลิกดูแดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวงแล้ว หันมาดูเรื่อง ด้ากำลังกึ่ม จอมมารแห่งวังหลวงกว่า (แปลว่าใหญ่กว่า) เรื่องนี้น่าจะสนุกกว่าแยะ ฉันมันจะร้ายเหมือนใครล่ะ มันก็ไอ้สายเลือดเดียวกันนั้นแหละ ถ้าฉันร้ายกาจแกก็ร้ายไม่ย่อย พอ ๆกันแหละว้า บอกแล้วว่าขอให้มีสติกลับคืนมาก่อน รอให้อาการจื๊ด ๆ หายสนิท คราวนี้นะ ไม่ใครก็ใครล่ะหว่า - 24/01/06
 
ต้องเจ็บต้องช้ำกับเธอ เมื่อใจของเธอไม่เป็นอย่างเคย
จากคนที่เคยเหลียวแล ก็กลายเป็นเฉยเมย เหมือนไม่เคยรักกัน
ไม่อยากต้องจมน้ำตา แต่คำว่าลาก็เกินพูดมัน
รู้ดีฉันต้องเสียใจ ถ้ายังจะคบกัน
แต่ฉันเจียนตายถ้าไม่เหลือเธอ
 ก็เป็นผู้หญิงขี้ขลาด หวาดกลัวใจสลาย
ฉันไม่กล้าอยู่เดียวดาย ไม่กล้ารับมัน
ก็เป็นผู้หญิงขี้ขลาด ที่ไม่อาจบอกให้ร้างลากัน
เพราะคบกันไปวันวัน ยังไม่ทรมานเท่าเสียเธอ
ก็น่าจบไปตั้งนาน แต่ใจฉันมันก็ยังรักเธอ
รู้ดีถึงต้องเสียใจ ก็ขอได้เห็นเธอ
แม้ต้องมองเธอมองผ่านน้ำตา
  

1月5日

~เรื่องดีดีเมื่อวานนี้~

     

 
เมื่อวานนี้เป็นวันเกิดค่ะ เมื่อก่อนเคยรู้สึกว่าวันนี้ช่างเป็นวันที่แสนจะสำคัญใครจะลืมไม่ได้เป็นอันขาด มีปัญหาแน่ ๆ กาลครั้งหนึ่งค่อนข้างนานมาแล้วเคยมีอดีตคนใกล้ตัวของดิฉัน คงจะสับสนในด้านความจำอันเน่องจากฉลองปีใหม่มากไปสักหน่อยดันไปจำวันผิดเข้า คือดันจำช้าไปหนึ่งวัน มีอันต้องทำให้ดิฉันน้ำตาร่วง ร้อนถึงผู้ปกครองของฝ่ายโน้นต้องเข้ามาทำการแก้ไขสถานการณ์ ดูซีเดือดร้อนกันไปหมด
 
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความคิดก็เปลี่ยนไปอาจจะเป็นเพราะสิ่งต่าง ๆ ที่ได้รับรู้ได้เข้าใจชีวิตมากขึ้น หรือที่เรียกอีกแบบว่าแก่แล้วนั้นแหละค่ะ ดิฉันก็เลยเปลี่ยนความคิดว่าจริง ๆ แล้วมันก็เป็นวันธรรมดา ๆ วันหนึ่งเท่านั้นเอง มันก็เหมือน ๆ กับทุกวัน ไม่ได้มีอะไรพิเศษหรือแตกต่างไปจากวันอื่น ๆ ถ้าไม่หวัง ไม่รอ ไม่คิด ก็จะไม่ผิดหวัง ไม่เสียใจเหมือนที่แล้วมา ดิฉันไม่อยาจะให้ใครต้องเดือดร้อนหรือวุ่นวายไปเพราะวันธรรมดา ๆ วันหนึ่ง
 
 
แต่ดิฉันเป็นคนโชคดีค่ะที่มีคนรอบตัวเป็นคนน่ารักเลยทำให้วันธรรมดา ๆ เป็นวันพิเศษ ๆ ขึ้นมาได้ เริ่มจากเจ้าน้องชายตัวดีที่แอบน่ารักเพียรโทรหาดิฉันเมื่อวันที่เดินทางกลับจากเชียงใหม่ ว่าดิฉันจะถึงบ้านกี่โมง อยากกินอะไรเป็นพิเศษ อยากออกไปกินข้างนอกหรือเปล่า เรื่องของเรื่องก็คือว่า เมื่อวันที่ 3 ยังเป็นวันหยุดอยู่ไงค่ะ เพราะฉะนั้นสมาชิกในครอบครัวจะอยู่กันพร้อมหน้ายกเว้นดิฉันคนเดียวที่หนีไปเที่ยวเชียงใหม่กับพี่ ๆ น้อง ๆ อีกก๊วนนึง
 
 
 
ใครที่ดูถูกดิฉันว่าไปนอนหนาวอยู่ที่เชียงใหม่เพียงลำพัง โดยไม่มีไออุ่นจากชายหนุ่มละก็ ขอบอกว่าผิดไปแล้วค่ะ ดิฉันไม่หนาวเลยอุ่น(ร้อนมากกว่า)อีกตาหาก ทั้งอุ่นกายอุ่นใจ อีกทั้งมีชายหนุ่มให้กอดนอนทุกคืน แถมกลางวันให้อีกด้วย แม้ว่าชายหนุ่มจะมีอายุเพียง 10 เดือนก็ตามทีเถอะ ก็ยังถือว่าเป็นชายหนุ่มอยูดีใช่ไหมค่ะ บอกแล้วว่าปีใหม่ปีนี้จะไม่เหงา แถมยังจะมีชายหนุ่มอยู่เคียงข้างเกือบตลอดเวลา แต่ตอนกลับมาถึงกรุงเทพดิฉันพึ่งจะสำนึกได้ว่าปวดแขนเหลือเกิน ราวกับไปแบกข้าวสารมาสักกระสอบ ก็เล่นอุ้มกันอยู่ตลอดเวลานี่ค่ะ
 
 

 
 
อ้าวดิฉันนอกเรื่องไปซะแล้ว คืนนั้นดิฉันก็ได้ฉลองวันเกิดล่วงหน้าโดยการทานข้าวเย็นพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งนาน ๆ ทีจะมีปรากฎการณ์แบบนี้สักครั้ง ก็แต่ละคนมีภาระกันไปคนละอย่างสองอย่าง อาหารเย็นได้รับความอุปการะจากเจ้าน้องชายเป็นผู้จัดหามาทั้งหมด สิ่งที่พิเศษที่สุดคือการที่ได้อยู่กับครอบครัวค่ะ ไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไร จะทุกข์จะเศร้าแค่ไหน สุดท้ายครอบครัวคือที่ที่ดีที่สุดสำหรับเรา คือที่ที่เหมาะสมกับเราที่สุด  คือที่ที่เราจะปลอดภัยและคุ้มภัยให้กับเราได้ดีที่สุด โหยทำซึ้งกันอีกแล้วเจ้าค่ะ
 

 
 
นอกจากครอบครัวแล้ว ดิฉันก็ยังได้รับสิ่งดีดีจากคนรอบตัวอีกหลาย ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ตอนเที่ยงคืนเป๊งจากคุณพี่คนดี สาธุขอให้พรของคุณพี่จงเป็นจริงด้วยเถอะค่ะ เตรียมไว้นานแล้วไอ้ข้าวสารอาหารแห้ง รอให้คนมารับอย่างเดียวเท่านั้นแหละ แต่คุณพี่ถ้าจะกรุณาจะมารับเองก็ไม่ว่ากันนะค่ะ ยินดีค่ะ คำอวยพรทางไกลจากเชียงใหม่จากคุณผู้กองที่อุตส่าห์จำได้ และถ่างตารอที่จะโทรมาอวยพรแม้ภารกิจเพื่อชาติจะเยอะแต่ก็ยังตั้งใจที่จะทำให้  smsแรกในยามเช้าจากคุณโนบีตะรวมถึงตุ๊กตาตัวน้อยที่คนให้สั่งนักสั่งหนาให้ห้อยไว้ที่หน้ารถ จะได้เหมือน ๆ กัน เอ๊ะ จริง ๆ แล้วต้องสู้กันนะมันถึงจะถูก แต่ยังไงดิฉันก็ต้องเป็นฝ่ายชนะอยู่ดี ก็เป็นพระเอกนี่ค่ะ ยังไม่หมดนะค่ะยังมีของขวัญสุดประทับใจจากน้องสาวสุดเลิฟที่ตั้งใจทำให้ เจ๊ชอบมากเลยนะจะบอกให้ ไม่นึกว่าจะมีใครทำแบบนี้ให้ ซาบซึ้งน้ำตาแทบร่วง 
 

 
 
ที่ลืมไม่ได้ก็เห็นจะเป็นพลพรรค The Gang ของดิฉันแม้จะอยู่ไม่ครบองค์ประชุมก็ตามแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกดีดีลดน้อยลง แต่ละคนก็ช่างสรรหาวิธีสร้างความรู้สึกดีดีให้กับดิฉันต่าง ๆ กันไปแล้วแต่ความถนัด ก็ขอตอบแทนด้วยแคบหมู น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว แหนม ส้มตำ ไก่ทอดกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะค่ะ ใครไม่มาก็ถือว่าแล้วกันไปนะ ของดีมีรอบดียวไม่มีรอบสองเฟ้ย เจ้าตัวแสบน้องรักช่างไปสรรหาของขวัญมาได้ถูกใจเจ๊จริง ๆ ก็ด้วยความช่วยเหลือและร่วมมือของนังหนูเอน้องสาวสุดเลิฟ ฝีมือชั้นนี้แล้วไม่มีพลาดแน่นอน
 
 
 
 
ไม่ได้มีแต่คนแถว ๆ นี้เท่านั้นนะค่ะคนที่อยู่ไกล ๆ คนละซีกโลกก็ยังมีส่วนทำวันดีดีให้กับดิฉัน ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกค่ะน้องสาว(ตัวจริง ๆ)ของดิฉันเอง ก็เธอได้ดีไปมีสามีแล้ว แถมย้ายถิ่นฐานไปอยู่ซะไกลยังตามมาราวีดิฉันด้วยคำอวยพรที่แสบคัน ๆ ปนขำ ๆ ก็เธอรู้ว่าพี่สาวกลัวแก่ยังจะเน้นอยู่นั้นแหละ รู้เฟ้ยว่าแก่แล้วไม่ต้องมาย้ำ แกล้งถามได้ว่าอายุ 36 หรือ 37 นี่แกล้งไม่รู้หรือสับสนกับตัวเลขกันแน่ เวรจริง ๆ ค่ะ อีกไม่นานเธอก็จะมีหลานตัวน้อยให้คุณป้าคนสวยแล้ว แต่ยังไงก็ดีใจที่ยังจำได้
 
 

 
 
ตกกลางคืนยังแอบมีถุงของขวัญวางไว้หน้าประตูห้องนอน ก็ของขวัญจากหนูหลิวว่าที่น้องสะใภ้ดิฉันเองค่ะ แบบนี้เจ๊สนับสนุนรับเป็นน้องสะใภ้ใจขาด ยังมีอีกหลาย ๆ คนที่ไม่ได้พูดถึงเป็นรายบุคคลเพราะถ้าจะต้องให้ดิฉันพูดถึงทั้งหมดคงต้องใช้เวลาอีกประมาณ 3 วันเป็นอย่างน้อยในการอ่าน อยากจะบอกว่าคำอวยพรของคุณยุทธได้ใจสุด ๆ คุณยุทธบอกว่า"Happy Birthday. ^_^ ขอให้คานหักเจ้า ไม่รู้เป็นไรอ่ะ ชอบไปอยู่บนที่สูงกัน ก็บอกแล้วยิ่งสูงยิ่งหนาวนะจ๊ะ :D" คุณยุทธเจ้าขาดิฉันก็พยายามอยู่นะค่ะ ปีนลงก็แล้ว เลื้อยก็แล้วแต่มันก็ยังไม่มีวี่แววเลยค่ะ ก็อยากจะบอกว่าขอบคุณทุก ๆ คนสำหรับคำอวยพรดีดี ความรู้สึกดีดีที่มีให้ ขอบคุณที่ทำให้วันธรรมดา ๆ วันหนึ่ง กลายเป็นวันดีดีอีกวัน
 
 

เรื่องเล่าแถมท้าย

ปล. 1 ช่วงปีใหม่มักจะมีปรากฏการณ์พิเศษเสมอ ๆ ค่ะ คนที่ไม่เคยโทรมาหาเลยทั้งปีก็จะโทรมาหา คนที่ไม่เคยเจอกันเลยก็จะนัดเจอ สาวกเก่า ๆ ที่หายหน้าไป ไปได้ดีบ้างไม่ดีบ้างก็จะหวนกลับมาจงรักภักดีเหมือนเคย ผ่านปีใหม่มาแค่ไม่กี่วันก็สามารถสร้างความประหลาดใจให้ดิฉันได้ทุกวัน

 

ปล. 2 มหกรรมป๋าดันเกิดขึ้นแล้วเจ้าค่ะ ดันให้ได้ดี มีความรู้ อนาคตไกล ดันส่งเรียนเนติ์ ฯ เท่านั้นยังไม่พอนะค่ะยังดันส่งให้ทำThesisให้แล้วเสร็จ เก๋จะตายไปส่งดิฉันเรียนหนังสือ มีที่ไหน ทำได้ไงค่ะนี่ แต่ก็นะค่ะของถูกไม่ดีของฟรีไม่มีในโลก บอกแล้วนะว่าไม่มีปัญญาจะทดแทนให้ สงสัยอยากจะมีเด็กในสังกัดเป็น นิติศาสตรมหาบัณฑิตหรือผู้พิพากษาเป็นแน่เลย เท่ห์ซะนะป๋าขา - 09/01/06

 

 

ปล. 3 เช้านี้มีคนทักว่าทำไมฟังเพลงเศร้าจัง มันคงเป็นอารมณ์ต่อเนื่องมาจากเมื่อคืนอ่ะค่ะ เหมือนเวลาเมาไง มีเมาค้างตอนเช้า ๆ ต้องถอนค่ะแบบนี้จะได้หายเร็ว ต้องซ้ำ ๆ เข้าไปอาการค้าง ๆจะได้หาย ไม่ได้ทำตัวเศร้า อกหักช้ำรักนะค่ะ แต่เป็นอาการของคนตัดใจไม่ลง ตัดใจไม่ขาดมากกว่า วนเวียน ป้วนเปี้ยน ถ้าเป็นผีก็คงจะเฮี้ยนน่าดู ไม่ไปผุดไปเกิดสักที - 10/01/06

 

"มองรอบตัวก็มองไม่เห็นใครมันไม่มี ไม่มีใครสักคน มองทุกทางก็ดูจะมืดมน ไม่รู้เลยจะต้องทำเช่นไร อยากให้ดาวทั้งฟ้าให้คำตอบได้ไหม หาทางให้ใครช่วยฉันที่ ช่วยให้คนที่ฉันรักได้กลับคืนด้วยดี มีดาวสักดวงช่วยฉันไหม จะมีทางไหนบ้างหรือเปล่าช่วยตอบฉันที ฉันคงไม่มีใครที่ไหน หนึ่งคนเท่านั้นเองที่อยู่ในหัวใจ อยากจะขอแค่เพียงให้เขาคืนมา จะยอมสูญเสียทุกทุกอย่างที่ตัวฉันมี เพื่อคนคนหนึ่งได้กลับมา อยากลองถามดาวผ่านรอยน้ำตาว่าต้องทำอย่างไรจะเป็นเหมือนเดิม อยากให้ทุก ๆ อย่างกลับเป็นเหมือนเดิม"

 

 

ปล. 4 จะเชื่อดีไหมนี่ว่า "รัก" จริง ๆ จะเชื่อดีไหมนี่ว่า "ห่วง" จริง ๆ ยิ่งทำไปยิ่งปวดใจ ยิ่งตาบวม  เหมือนเป็นอาการอกหักซ้ำซ้อน (อีกแล้ว) หลายวันมาแล้วที่มีสภาพน่าสังเวชขนาดนี้ ขอคำตอบสักทีได้ไหม จะได้รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป จะได้รู้ว่าจะไปทางไหน - 17/01/06

 

ลืมลืมแล้วว่ากี่ครั้ง ที่เธอทำให้ช้ำให้ฉันเสียน้ำตา เจ็บมันเจ็บเสียมากกว่า

เมื่อมองความเฉยชาอยู่บนใบหน้าเธอ เหงาเงียบงันและเหน็บหนาว เดียวดายและปวดร้าว

เท่าไรยังต้องเจอ รักจากปากคำของเธอ กับสิ่งที่ฉันเจอ เคยตรงกันบ้างไหม

รักกันแล้วต้องมีน้ำตา แบบนี้รักภาษาอะไร ไม่มีคนรักหน้าไหนเขาทำกัน

รักที่ให้กันแต่น้ำตา อย่างที่เธอมีให้ฉัน ยังเรียกว่ารักได้อีกหรือเธอ

ท้อยิ่งนานก็ยิ่งท้อ และคงไม่อยู่รอให้เธอเป็นคนลา ยอมยอมไปดีซะกว่า

ต้องอยู่กับน้ำตาที่นับวันยิ่งไหล

รักกันแล้วต้องมีน้ำตา แบบนี้รักภาษาอะไร ไม่มีคนรักหน้าไหนเขาทำกัน

รักที่ให้กันแต่น้ำตา อย่างที่เธอมีให้ฉัน ยังเรียกว่ารักได้อีกหรือเธอ

12月27日

~ NeW yEAr rEsoLutiON~

  
 
 
 
 
อีกไม่กี่วันก็จะหมดปีแล้วนะค่ะ ดิฉันรู้สึกว่าปีปีหนึ่งเวลาผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน อะไรต่อมิอะไรผ่านเข้ามาในชีวิตมากมายทั้งเรื่องดีดี เรื่องร้ายร้าย รอยยิ้ม เสียงหัวเราะและน้ำตา แต่ทุก ๆ อย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดี ก็ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาจะเป็นภูมิต้านทานให้กับชีวิตเรานี่ค่ะ
 
จำได้ว่าปีใหม่ปีที่แล้วเงียบเหงาสุด ๆ คนเคยใกล้ใจก็ไม่อยู่ต้องอยู่บ้านกับเจ้าน้องชายตัวดี เนื่องจากผู้ปกครองหนีไปเที่ยวกันสองคน แต่ดิฉันก็ยังโชคดีที่แอบมีน้องชายน่ารัก(บ้าง) พ่อคุณคงทนเห็นพี่สาวนั่งทำหน้าเป็นหมาหงอยไม่ได้เลยสงเคราะห์ด้วยการพาไปทานข้าว ใจดีสุดสุด เท่านั้นยังไม่พอยังอุตส่าห์หอบหิ้วเอาพี่สาวไปส่งท้ายปีกับบรรดาเพื่อน ๆ ที่ถนนข้าวสาร จำได้ว่าสนุกสุดสุด แต่งานนี้ไม่มีโอกาสได้ชิงเมาก่อนเนื่องจากต้องเป็นคนขับรถ ก็เขาพามาแล้วนี่ค่ะก็ต้องตามใจเขาหน่อย
 
อะไรก็ไม่น่าอายเท่า เจ้าตัวดีเที่ยวไปประกาศกับเพื่อนฝูงว่าเป็นเหตุจำเป็นที่จะต้องเอาพี่สาวมาด้วย ไม่ใช่ว่าพี่มาคุมนะแต่เป็นการควบคุมพี่ไว้ป้องกันไม่ให้คุ้มคลั่งไปทำอันตรายใครอันเนื่องจากความเหงา
 
 
 
แต่ปีนี้ดิฉันไม่มานั่งทำหน้าเหงาให้เป็นที่น่าสงสารแล้วค่ะ แล้วถึงจะไม่มีใคร ไม่มีคนอยู่ใกล้ ๆ ตัวใกล้ ๆ ใจเหมือนเคยก็สนุกได้ ดิฉันจะไปสร้างความบันเทิงที่เชียงใหม่ค่ะ ไปแบบปลอดผู้ปกครองซะด้วยซีแบบนี้แล้วไม่เรียกว่าสนุกแล้วจะเรียกว่าอะไรล่ะ อิสระจงเป็นของพวกเรา เว้นแต่ไอ้พวกที่มีผู้คุมไปด้วยอันนี้ก็ตัวใครตัวมันนะค่ะ
 
ดิฉันจะไปฉลองปีใหม่ที่เชียงใหม่ค่ะ (เชียงใหม่อีกแล้ว มีอะไรดีหนอ) จะไปกับพี่ ๆ น้อง ๆ หลายชีวิตด้วยกัน วางแผนกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็กะว่าจะออกเดินทางกันวันที่ 30 งานนี้ไม่ว่าใครหรืออะไรก็หยุดไม่ได้แล้วค่ะ ก็ใจมันไปแล้ว ว่าจะออกเดินทางกันเช้า ๆ หน่อย แต่ว่าพวกมันจะตื่นกันหรือเปล่าล่ะนี่คือปัญหาล่ะ ดิฉันว่าถ้าสามารถออกเดินทางได้ตี 5 ได้ก็หรูแล้ว อย่าหวังมากไปกว่านี้เลย แต่ว่ามีแต่แผนการเดินทางยังไม่มีแผนการเที่ยวเลยค่ะกะว่าจะคิดกันวันต่อวัน ถ้ามันจะไม่มีที่ไปจริง ๆ ก็คิดซะว่าเปลี่ยนที่นอนเปลี่ยนที่เมาก็แล้วกันค่ะ
 
 
 
 
อีกอย่างที่ตั้งใจอยากจะทำก็คืออยากจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรหลาย ๆ อย่างในชีวิต อยากจะลองทำอะไรใหม่ ๆ ดูบ้างเผื่อชีวิตจะดีขึ้นกว่านี้ อย่างน้อย ๆ คิดอะไรดีดีก็น่าจะทำให้ดีขึ้นบ้างนะค่ะ จะทำได้หรือทำไม่ได้ก็จะลองพยายามดู อย่างแรกที่ตั้งใจจะทำก็คือจะทำตัวเองให้มีความสุขกับทุก ๆ วันจะเลิกทำตัวเป็นคนอกหักช้ำรักเสียที ก็ชีวิตมันไม่ได้เศร้าขนาดนั้น ใครไม่รักไม่สนใจก็ช่างเขา ส่วนเราจะรักใครสนใครแล้วเขาไม่รู้ไม่รับก็ไม่เป็นไรก็จะรักซะอย่าง จะทำให้ทุก ๆ วันเป็นวันแห่งความสุขจะสุขมาก สุขน้อยก็แล้วแต่ ก็ขอมีความสุขในแบบที่เป็นอยู่ก็แล้วกันนะค่ะ ดิฉันขอสุขอย่างเดียวเป็นพอ
 
 
ประการต่อไปดิฉันจะรักตัวเองให้มากกว่าเดิม ดูแลตัวเองให้มากกว่าเดิม ทำอะไรให้ตัวเองมากกว่าเดิม ก็ทำให้คนอื่นมามากแล้วนี่ค่ะ ก็สมควรแก่เวลาแล้วที่จะทำเพื่อตัวเองบ้าง รักคนอื่นมาก็มากแล้วจะลองหันมารักตัวเองดูบ้าง แต่ว่ารักตัวเองนี่ไม่ได้หมายความว่าจะเปลี่ยนเป็นคนเหนแก่ตัวนะค่ะคนละเรื่องกันเลยนะนี่ ก็ถึงยังไงยังไงดิฉันก็ยังคงทำหน้าที่อธิบดีกรมจิตบริการอยู่เหมือนเดิม ยังไม่ลาออกง่าย ๆ หรอกค่ะ ก็มีความสุขที่ได้ทำนี่ค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้คนที่เรารัก คนที่เราอยากจะทำให้ อันนี้ทำให้แบบสุดใจเลย
 
 
 
ดิฉันว่าดิฉันเป็นโรคจิตเล็ก ๆ นะค่ะ ใครที่ไม่ขอให้ทำอะไรให้ดิฉันล่ะชอบทำให้เขาจริง ๆ เชียวโดยเฉพาะกับคนที่รู้สึกดีดีด้วย แต่ใครมาแบบออกคำสั่ง เรียกร้องกันบ่อย ๆ ให้ตายก็ไม่ทำค่ะ จะสั่งทำไม ยิ่งสั่งยิ่งไม่ทำ แต่อันนี้มีข้อยกเว้นกับคำสั่งของผู้ปกครองนะค่ะ แบบนี้ไม่เกี่ยง ไม่เถียงก้มหน้าก้มตาทำไป เพื่อสันติสุขของโลกค่ะ
 
ความตั้งใจข้อต่อมาคือตั้งใจที่จะอ่านหนังสือ(เรียน) ให้มาก ๆ จะพยายามอ่านทุกคืน จะพยายามสอบเนติ์ให้ผ่าน เอาเป็นว่าตั้งใจจะให้ผ่านอย่างน้อย ๆ เทอมละ 1 ตัวก็แล้วกัน แม้ว่าตอนนี้จะไม่มีใครมาเตือน มากระตุ้นให้อ่านหนังสือบ่อย ๆ เหมือนแต่ก่อน แต่เสียงเตือนก็ไม่ถึงกับหายขาดไปนะค่ะ ยังมีมาเป็นระยะ เขาอ้างว่าด้วยความเป็นห่วง ยังเป็นห่วง ยังคิดถึงกันอยู่ ก็ดีค่ะ สิ่งดีดีที่มีมาเก็บเอาไว้ อะไรไม่ดีก็ลืม ๆ ไปซะ เริ่มกันใหม่
 
 
 
 
อีกอย่างที่อยากจะทำ อยากจะตั้งใจแบบสุดชีวิต คือ ตั้งใจจะทำThesis ให้เสร็จสักที ค้างมาตั้งนานแล้ว ปัดฝุ่นเอาออกมาเขียนต่อได้แล้ว ใคร ๆ เขาก็ไปกันจนถึงไหน ๆ แล้วนะแม่คุณ เหนื่อยหน่อย ยากหน่อยก็ต้องทำ มาเกือบค่อนทางแล้ว ฮึดอีกนิดเดียวเท่านั้นแหละ ไหน ๆ ผู้อุปถัมภ์เขายังยืนยัน นั่งยัน นอนยันว่าอยากจะดูแลต่อไป อยากจะให้ดิฉันทำThesisให้เสร็จ ๆ ไป สงสัยจะชอบเป็นป๋านะนี่ หรูจะตายส่งเด็กเรียนปริญญาโท เอาล่ะเดี๋ยวเขาจะเสียน้ำใจ เสียความตั้งใจอันดี (หรือเปล่านะ) เดี๋ยวจะนอนตายตาไม่หลับเนื่องจากภารกิจไม่เสร็จสิ้น ที่ผ่านมาดิฉันทำตัวเหลวไหลน่าดู เอาเป็นว่าให้อภัยก็แล้วกัน บอกแล้วว่าเริ่มกันใหม่ ตั้งใจกันใหม่ ไม่มีอะไรสายเกินไป
 
 
อย่างน้อยปีใหม่ปีนี้ดิฉันก็มีที่ไป มีอะไรทำ มีความตั้งใจที่ดีหลายข้อ และยังคงต้องมีอีกหลายข้อที่ยังนึกไม่ออก นึกออกแล้วค่อยมาเพิ่มที่หลังก็น่าจะได้นะนี่ ก็ความตั้งใจดีดีมีกันได้ทุกวันค่ะ รวมถึงยังมีความหวังถึงสิ่งดีดีที่จะมีและที่จะทำต่อไป ลองนึกกันดูเล่น ๆ ก็ได้นะค่ะว่าปีใหม่นี้ใครตั้งใจที่จะทำอะไร นึกเล่น ๆ แต่ทำกันจริง ๆ ดู ใครตั้งใจที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างจะบอกกันไว้ก็ได้นะค่ะ อย่างน้อย ๆ เราจะได้เริ่มต้นปีด้วยสิ่งดีดี ความคิดดีดี ให้สมกับปีดีดีที่กำลังจะมาถึงค่ะ 
 
 
 
 
12月12日

°º¤ø,¸¸,ø¤º°`°º¤ø,ต่อให้อีก 100 ปีก็ลืมไม่ลง¸°º¤ø,¸¸,ø¤º°`°º¤ø,¸

 
           
 
 
วันเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เราก็ยิ่งมีความทรงจำมากขึ้นเท่านั้น มีหลากหลายมากมายทั้งสิ่งดีดี สิ่งที่ไม่อยากจะจำ หรือว่าจะแปลอีกแบบนึงก็คือยิ่งมีความทรงจำมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองแก่มากขึ้นเท่านั้น อาการป้าเริ่มออกอีกแล้วค่ะ แบบว่าเริ่มคิดถึงอดีตเขาว่าเป็นอาการของคนเริ่มแก่ใช่ไหมค่ะ
 
เมื่อหลายวันก่อน ดิฉันก็เพิ่งได้กลับไปย้อนอดีตอีกครั้งหนึ่ง ในที่ที่คุ้นเคย ที่ที่มีความทรงจำมากมาย ทั้งความสุข ความทุกข์ รอยยิ้มและน้ำตา ที่ที่เคยมีความผูกพันและอยู่ด้วยกันมาถึง 12 ปี บอกไปแล้วเขาก็เลยรู้ว่าแก่เลยนะนี่ ดิฉันกำลังจะเล่าถึงงาน Home coming Day ที่จัดขึ้นที่โรงเรียนเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน กว่าจะขุดขึ้นมาเล่าได้ก็ต้องใช้เวลาในการเรียบเรียงความคิดค่อนข้างนาน บอกแล้วว่าอาการป้าถามหา
 
 
 
 
ปกติงานนี้ขาจะจัดแบบปีเว้นปีค่ะ ปีที่แล้วไม่มี ทุกที่ดิฉันจะไปถึงช้าตลอดกว่าจะถึงก็มืดแล้วค่ะ แต่คราวนี้ดิฉันไปถึงค่อนข้างจะเร็วเลยได้มีโอกาสไปเดินเล่นรอบ ๆ โรงเรียน ไม่น่าเชื่อว่าอะไร ๆก็เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ตึกเก่า ๆ ก็แปลงโฉมใหม่ โต๊ะม้าหินที่เคยเป็นที่ซ่องสุมก็เปลี่ยนไป ซอกตึกที่เคยมีคนบอกรักก็ไม่มีอีกแล้ว จะหาว่าอวดนะค่ะ ไอ้ซอกตึกนี่แหละเคยมีชายหนุ่มเอาดอกไม้มาให้ตอนวันวาเลนไทน์ บอกไว้ก่อนนะค่ะว่านี่ไม่ใช่โรงเรียนสอนคนตาบอดนะค่ะ ตาดีดีกันทั้งนั้น ถ้าตาไม่ดีก็คงไม่เห็นดิฉันอยู่ในสายตาหรอกค่ะ แต่ตอนนั้นอายนะค่ะ โห่เจ้าเอาเจ้าดอกไม้ช่อใหญ่เข้าไปห้องเรียนได้ไงนี่ แล้วไอ้คนที่มันเอามาให้ สามารถมากเลยนะ แต่ถ้าเป็นตอนนี้นะค่ะ เวลาได้มาแต่ละครั้งแทบจะต้องเดินโชว์รอบ ๆ ที่ทำงานให้รู้ว่ารุ่นนี้แล้วยังได้อยู่ อิจฉาฉันป่าว
 
เดินดูความอลังการของโรงเรียนพอสมควรแล้ว อ๋อมีอยู่ที่หนึ่งที่ไม่เปลี่ยนเลยคือห้องเรียนค่ะ มองเข้าไปตอนดิฉันเรียนมันเป็นยังไง ตอนนี้ก็ยังคงสภาพเดิม ๆ ไม่เปลี่ยนแปลง อะไรมันจะสืบทอดกันได้ทุกรุ่นขนาดนี้ แบบไหนนะหรือค่ะ ก็แบบรก ๆ มีหนังสือเต็มอยู่ใต้โต๊ะมันจะไม่ย้ายกลับไปอยู่บ้านจนกว่าจะวันสอบค่ะ ตารางสอนก็ไม่เคยจัด ก็ทุก ๆ อย่างอยู่ที่โรงเรียนแล้วนี่จะไปจัดมันทำไมเล่า มีอะไรให้มาคุ้ยเอาที่นี่ ส่อง ๆ ไปก้ได้แต่กรี๊ดกะเพื่อนสาวว่า แกนี่ห้องฉัน นั้นห้องแก ฉันเคยนั่งตรงนี้ เด็ก ๆ คงกำลังสงสัยว่าป้าสามสี่คนนี่มันทำอะไรว่ะกะอีกแค่ห้องเรียนทำท่ายังกะเห็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกไปได้
 
 
 
 
ปีนี้งานใช้ Theme "The Retrospective Night "อือ เอาใจคนแก่น่าดูเลยนะค่ะ ยุคประมาณ60's - 80's ดิฉันยังไม่เกิดเลยนะนี่ แล้วจะรู้ไหมนี่ว่าจะต้องทำตัวแบบไหนดี เอาเป็นว่าไม่สนล่ะกัน ทำตามแบบของตัวเองดีกว่าคือตาก็สอดส่ายหาโต๊ะของรุ่น พร้อมกับมองหาของกินไปพร้อม ๆกัน แต่ละรุ่นเขาจะจัดโต๊ะไว้ให้ประมาณ 2 ตัว อันนี้แบ่งได้อย่างชัดเจน ประมาณคนที่มีครอบครัวแล้ว และมาพร้อมกับผู้คุมเขาก็จะนั่งกันโต๊ะนึง มากันเร็วหายตัวไปกันก็เร็ว อุ้มลูกจูงหลานกันมาแบบกระจองอแง ส่วนอีกโต๊ะ แน่นอนค่ะดิฉันต้องสิงอยู่โต๊ะนี้เท่านั้นไม่บังอาจไปอยู่อีกโต๊ะให้ประชาชนเข้าใจผิดไป โต๊ะคน(โฉด)โสดค่ะ โสดจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง ชั่วคราวบ้าง ถาวรบ้าง มองหน้ากันไปมองหน้ากันมา อ้าวเพื่อนเรายังอยู่กันครบ มีเพื่อนขึ้นที่สูงเพียบ
  
น่าตกใจอีกอย่างหนึ่งคือ โต๊ะที่มีครอบครัวแล้วส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนผู้ชายทั้งนั้น มิน่าล่ะประชากรชายดีดีถึงหายไปหมด คนอื่นเขาเอาไปเป็นกรรมสิทธิ์กันหมดแล้วนั้นเองหลังจากที่ท้องอิ่มแล้ว คุยจนเมื่อยปากก็แล้ว ดูบรรยากาศรอบ ๆ บ้างดีกว่า นั้นแน่เจอแล้วค่ะ คุณพี่เจ้าของช่อดอกไม้ที่ซอกตึก มากะเขาด้วยนะนี่ แกล้งทำเป็นไม่เห็นกันซะงั้นแหละ ไม่นึกว่าเวลาผ่านไปก็พาเอาความหล่อใสของคุณพี่เขาจากไปด้วยไม่เหลือเค้าของความหล่อในสมัยก่อนเลย แอบสบตาและยิ้มให้กันแว๊บนึง ก็ยังดีล่ะค่ะ นึกถึงวันดีดีของเรา ผิดกะอีกคนสมัยก่อนดูไม่ได้เลย นี่ถ้าดิฉันรู้นะว่าโตขึ้นมารุ่นพี่เขาจะหล่อได้ใจขนาดนี้ ตอนนั้นจีบไปแล้ว ไม่ปล่อยให้เหลืออยู่แบบนี้หรอกค่ะ เสียดายของ
 
 
 
 
 
มองแล้วเพลินดีจริงๆ เจอคนหน้าเก่า ๆ หน้าคุ้น ๆ มากมาย ทำให้นึกได้ว่าสมัยดิฉันหน่ะไม่มีคำว่ากิ๊กหรอกค่ะ กิ๊กคืออะไรไม่รู้จัก รู้จักแต่คำว่าแฟน ถ้าไม่ใช่แฟนก็ต้องเป็นชู้ ดิฉันไปเป็นเพื่อนจับชู้ให้ชาวบ้านเขาบ่อย ๆ เราสนุกแต่คนไปจับไม่สนุกด้วยนะซี นึกไปว่าถ้าสมัยก่อนมีคำว่ากิ๊กใช้อย่างแพร่หลายแบบตอนนี้นะ คงจะได้มีเฮกันบ้างล่ะ แปลกดีเหมือนกันนะค่ะ คงไม่มีใครจะอยากเป็นกิ๊กเท่าไหร่หรอก ใคร ๆก็อยากจะเป็นตัวจริงคนดีคนเดียวกันทั้งนั้นแหละค่ะ เคยมีคนบางคนบอกดิฉันว่า เพิ่งเข้าใจหัวอกกิ๊กว่าลำบากแค่ไหนก็เมื่อวันที่จะต้องตกไปเป็นเสมือนกิ๊กกะเขาบ้าง โดนบ้างก็ดีนะนี่  
 

 
ฉะนั้นดิฉันก็เลยต้องยอมเพื่อให้ได้มาซึ่งความสุขใจเล็ก ๆ จะให้ทำไงได้ล่ะค่ะก็เขาให้เป็นได้แค่นี้ เป็นมากว่านี้ก็ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่เราอยากจะเป็นมากกว่านี้ใจแทบแตก จะทำอะไรก็กลัวจะกระเทือนถึงความสัมพันธ์ ก็ไม่อยากจะเสียเขาไป ถ้าทำไปแล้วต้องเสียเขา ถ้าบอกความรู้สึกจริง ๆ ไปแล้วจะไม่มีเขาอีก จะไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ กับเขา ไม่ได้มองตา ไม่ได้ใกล้ชิด ก็ยอมที่จะเป็นแบบนี้ดีกว่า เศร้า เรื่องมันเศร้านะนี่ แหมถ้าถามว่าชอบเขาไหม ก็ต้องชอบซิค่ะไม่งั้นจะยอมกันขนาดนี่เหรอ คนแบบดิฉันมีหรือจะยอมตามใจใครง่าย ๆ เสียชื่อเสียงหมด อันนี้ถือว่าได้รับเกียรติอย่างสูงนะค่ะ
 
หลังจากที่สบตากันไปสบตากันมาก็เดินหน้าด้วยการเข้ามาทักทายตามภาษาคนเคยคุ้นกัน แหมความรักสมัยเด็ก ๆ มันไม่รุนแรงเท่าไหร่หรอกนะค่ะ เลิกกันแต่ก็ไม่เกลียดกัน ยังมีความรู้สึกดีดีให้กันอยู่ แต่ไม่รื้อฟื้นนะค่ะ บอกแล้วว่ายังไงก็ลืมกันไม่ลง อยากจะลืมก็ไม่สามารถลืมกันได้ (อันนี้เขาบอกมา) ก็อย่างน้อยมันก็เป็นความสุขใจ ของวันที่ผ่านมา กับการที่ได้นั่งรอกัน ได้เดินไปส่งกันกลับบ้าน แบบว่าผู้ปกครองมารับอ่ะค่ะส่งได้แค่ข้างรั้ว แค่นั้นก็ดีถมไปแล้ว ต้องแอบคุยกันเพราะกลัวเพื่อนจะล้อ ทานข้าวกลางวันไปสบตากันไป ทั้ง ๆ ที่โต๊ะทานข้าวห่างกันเกือบครึ่งห้อง โทรศัพท์คุยกันจนเช้า ส่งจดหมายให้กัน ปลอบใจเมื่อวันที่พลาดหวัง ทะเลาะกันในวันที่ไม่เข้าใจ สุดท้ายเราก็เลิกกันเมื่อวันที่เราคิดว่าไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้
 
 
 
 
บอกแล้วว่าใครก็ตามที่ผ่านเข้ามาในชีวิตดิฉัน หรือดิฉันจะผ่านเข้าไปในชีวิตเขาก็ตาม รับรองว่ายังไงก็ลืมกันไม่ลง อาจจะดีจนลืมไม่ลง ไม่ก็ร้ายจนลืมไม่ลง เลือกเอาค่ะว่าอยากจะลืมไม่ลงแบบไหน จัดให้ค่ะ อันนี้เป็น concept ส่วนตัวค่ะ สนใจลองได้ พิสูจน์ได้นะค่ะ บอกแล้วว่าถ้าดีก็ดีจนใจหาย แต่ถ้าแม่ร้ายขึ้นมาหนีให้ตายก็ไม่พ้น เอ๊ะเล่าเรื่องงานโรงเรียนไหงมาโผล่เอาเรื่องอะไรนี่  หลังจากที่ได้คุยกันมองตากัน ตามรอยความรู้สึกดีดีมาพอควรก็เป็นอันได้เวลากลับบ้านแล้ว พอแล้วซิแค่นี้กลับไปก็นอนยิ้มได้อีกเป็นปี อีกสองปีค่อยมาเจอกันใหม่นะค่ะ ไอ้ตัวดิฉันก็ทำตัวเป็นพี่ที่ดีตามหาเจ้าน้องชายตัวดี(เราอยู่โรงเรียนเดียวกันทั้งบ้านค่ะ) เพื่อจะบอกว่าจะกลับแล้วนะเฟ้ย อิ่มใจ อิ่มท้องแล้วก็พอแล้ว ที่ไหนได้ ไม่น่าตามหาเจ้าตัวดีให้ต้องลำบากตัวเองเลย  
 

 

ก็พ่อคุณเล่นสำราญซะขนาดนั้นก็เมานะซีค่ะ ความลำบากตกที่ดิฉันอีกแล้ว ต้องแบกเอาพี่หมีตัวโตกลับบ้านไปด้วย บ่าขวาสะพายกระเป๋าตัวเอง บ่าซ้ายกระเป๋าของพี่หมีซึ่งหนักมากไม่รู้ว่าใส่อะไรเข้าไปบ้าง แถมยังต้องจูงกันไปเพื่อออกจากงาน อายก็อายมีน้องเมา นี่ดิฉันหนีคนเมาไม่พ้นหรือไงนะ รู้สึกว่าชีวิตนี้ต้องผูกพันเสียเหลือเกิน แถมต้องจูงกันกลับบ้าน เหมือนตอนสมัยพ่อตัวดีอยู่ป. 1 เลยค่ะ ต้องจูงกันแบบนี้ทุกวัน หาตัวกันแบบนี้ทุกวัน มางานโรงเรียนแล้วก็ไม่ต้องให้นึกถึงความหลังไปหมดซะทุกอย่างก็ได้นะ เว้น ๆ บ้างก็ดี โดนเพื่อนล้ออีกแล้วค่ะ เดินไปไหนคนก็มอง แถมจอดรถไว้ไกลอีกตาหาก อะไรก็ไม่น่าโมโหเท่าเจ้าน้องชายตัวดีมันแกล้งนะซีค่ะ รู้ว่าอายยิ่งแกล้ง ไม่ปล่อยมือด้วย ปกติไปจับเขาแบบนี้ไม่ได้นะ เขาอายค่ะ นี่จับเองเลยบอกว่าถ้าไม่จูงเดี๋ยวล้มนะ แกล้งเดินเป๋ ๆ ด้วย เอาเข้าไป ที่ใครที่มันนะ เช้าขึ้นยังมีหน้ามาถามว่าเอาตัวขึ้นมาบนบ้านได้ไง ฝีมือเฟ้ยไม่งั้นฉันจะเป็นพี่แกได้ไง